อาธิเช่นป๋ายลี่หงและเฟิ่งหวู่เต้า
เรียกว่าตลอดทั้งวันหลังจากที่ได้รับทราบข่าว พวกป๋ายลี่หงเฟิ่งหวู่เต้า กระทั่งสหายรุ่นเดียวกับต้วนหลิงเทียนทั้งหลาย รับการคารวะกันมือเป็นระวิง ยังไม่ทราบว่าต่างรับสุราคารวะไปแล้วกี่จอก
เรียกว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกมันจำต้องพบปะแขกเหรื่อเพื่อสังสรรค์กันไม่หยุด
“ต้วนหลิงเทียนนี่จริงๆเลย! มักทำเรื่องเหลือเชื่อให้พวกเราตกใจตลอด แถมคราวนี้ทุกเรื่องที่ทำนับว่า ‘ขู่ขวัญ’ พวกเราแทบตายแล้ว! ไม่ใช่แค่ด่านพลังบรรลุถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ กระทั่งยังฆ่าตี้จิ่วที่บรรลุถึงเซียนปฐพีได้…ยังมิวายกลายเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาครามนั่นไปอีก! โอยเพราะมันแท้ๆผู้คนถึงได้แห่กันมาวุ่นวายมิหยุด…ของขวัญสุราคารวะข้ามิว่า แต่ดรุณีน้อยพวกนั้นมันอะไรกัน! นี่พวกมันเห็นข้าเป็นม้าพ่อพันธุ์รึไรถึงได้พยายามยัดเยียดมาทีเป็นสิบๆคน!!”
หนานกงยี่ที่นั่งๆนอนๆอยู่บนตั่งเหยียดแขนขาออกมาอย่างเกียจคร้าน กล่าวบ่นออกมาทำลายความเงียบในห้องโถงใหญ่ ที่ทุกคนมารวมตัวกันหลังผ่านมรสุม ‘ต้อนรับแขกเหรื่อ’ มาทั้งวัน
“ต้วนหลิงเทียนบรรลุถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ ฆ่าตี้จิ่ว ทั้งได้กลายเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาคราม ล้วนเป็นเรื่องดีทั้งนั้น พวกเราสมควรยินดีกับเขา…เจ้ายังบ่นอะไร แถมเจ้าเองก็เหล่มองแม่นางน้อยพวกนั้นมิวางตามิใช่หรือ…”
หนานกงเฉินเหลือบมองหนานกงยี่ด้วยสายตาระอา กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย