ตอนนี้หนานกงเฉินนับว่าเปลี่ยนไปจากในอดีตมาก…หาได้ปั้นหน้าเย็นชาตลอดเวลาอีกต่อไปไม่! เริ่มมีสีหน้าเบื่อหน่าย รำคาญให้เห็นบ้างแล้ว…
และอย่างน้อยๆมันก็ไม่กล่าววาจาแค่คำสองคำอีกต่อไป
“ถูกของเจ้าเฉิน…พวกเราสมควรยินดีกับเจ้าต้วนมันถึงจะถูก! สหายยี่หากเจ้าว่างจนบ่นถึงเจ้าต้วนได้…เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าออกไปรับหน้าแขกคนเดียวเป็นไง”
เฉินเฉ่าช่วยกล่าวกับหนานกงยี่พร้อมหัวเราะ
“รับแขกคนเดียวกับผีสิ! ข้าก็แค่พูดไปยังงั้นเอง…”
หนานกงยี่เบ้ปากมองหนานกงเฉินกับเฉินเฉ่าช่วยไปมา ค่อยถอนหายใจกล่าว “จนถึงตอนนี้ข้ายังรู้สึกทึ่งไม่หาย ข้าเองก็ชินกับด่านพลังที่ก้าวหน้าว่องไวเหมือนตัวประหลาดของเจ้าต้วนมันแล้ว ทะลวงถึงเซียนมนุษย์ได้ข้าก็ไม่แปลกใจอะไรมากมาย แต่คราวนี้เรื่องราวอื่นๆมันตะลึงโลกเกินไป! กลายเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาครามเนี่ยนะ!!”
“แล้วที่สำคัญคัญคือเจ้าต้วนมันไปทำอีท่าไหนกันแน่ถึงได้เป็นนายน้อยตำหนักเมฆาคราม…พวกเจ้าก็รู้ว่าตำหนักเมฆาครามเป็นอะไร นั่นมัน 1 ใน 2 ขุมพลังที่ร้ายกาจที่สุดในภูมิภาคเบื้องล่างนี้! แต่เจ้าต้วนไม่เพียงเป็นศิษย์ของตำหนักเมฆาครามนั่น มันเป็นถึงนายน้อย! นายน้อยเชียวนะ!!”
กล่าวถึงท้ายประโยคเสียงกลายเป็นสั่นไปเล็กน้อย เพราะจนถึงตอนนี้หนานกงยี่ยังรู้สึกเสมือนราวกับอยู่ในฝัน!
ในสายตาของมันเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนทำคราวนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป เป็นไปไม่ได้จนเกินไป…