ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมองเซี่ยวหลันกับปี้เหยา ทั้งคู่ก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยเช่นกัน
“ต้วน…ต้วนหลิงเทียน”
เซี่ยวหลันกับองค์หญิงปี้เหยา แรกเห็นต้วนหลิงเทียนก็เหม่อมองตาค้างไปพักหนึ่ง พอรู้สึกตัวว่าเสียกิริยาก็รีบก้มหน้าลงเล็กน้อย แก้มชมพูของพวกนางเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความขวยเขิน
แม้ว่าจะเนิ่นนานแล้วหลังจากที่ได้เห็นต้วนหลิงเทียนครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตามความรู้สึกในใจของพวกนางยังสดใหม่แจ่มชัดราวกับพึ่งจากลากันไปเมื่อวาน
นั่นเพราะตั้งแต่ที่พวกนางมาถึงตำหนักเมฆาคราม พวกนางก็มุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะพลัง เมื่อออกจากการกักตัวฝึกฝน ก็มาดูแลลี่หลัวแทบไม่ได้คำนึงถึงวันเวลาแต่อย่างไร…
ใจที่พวกนางมีให้ต้วนหลิงเทียน จึงยังคงเดิม ไม่ได้แปรเปลี่ยนไป…
‘เฮ่อ…ที่จะเกิดอย่างไรก็ต้องเกิดจริงๆ’
ต้วนหลิงเทียนย่อมบอกได้ทันทีจากทีท่าเขินอายของสตรีทั้ง 2 ว่าพวกนางยังมีใจให้เขาอยู่หรือไม่…
อาการนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะเห็น
อย่างไรก็ตามแม้ไม่ต้องการยอมรับแต่ก็จำต้องยอมรับ หลังพบว่าเซี่ยวหลันกับปี้เหยายังมีใจให้เขาต้วนหลิงเทียนไม่ได้ผิดหวังอะไร กลับภาคภูมิใจในตัวเองเสียอีก
หลังจากทั้งหมดแล้ว…นี่ก็คือผลพวงของความหล่อและเสน่ห์เขาอย่างไรเล่า! ในฐานะผู้ชายจะไม่ให้กระหยิ่มยิ้มย่องในใจได้อย่างไร แม้จะรู้สึกว่ามันไร้สาระก็ตามที…
“ไม่พบกันเสียนาน…”
ต้วนหลิงเทียนมองกล่าวกับสตรีทั้ง 2 ด้วยรอยยิ้ม