ถึงแม้จะอยู่ห่างออกมาไกล แต่จ้าวเติงยังเห็นได้ชัดเจนว่าท่าทีขึงขังตอนแรกขององครักษ์ทมิฬได้แปรเปลี่ยนไป ทั้งหมดคล้ายต้อนรับทักทาย กระทั่งเปิดทางให้กู่ลี่ด้วยรอยยิ้ม!
นอกจากนั้นยังมีองครักษ์เกราะทมิฬคนหนึ่งผายเมือเชื้อเชิญ ก่อนจะเหินร่างนำกู่ลี่เข้าไปด้วยท่าทีสุภาพ!!
“อันใด!? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่! ไฉนข้ามิเคยได้ยินว่ากู่ซืออวิ๋นมีสัมพันธ์อันใดกับคนของตำหนักเมฆาครามมาก่อน!?”
จนเมื่อแผ่นหลังของกู่ลี่หายลับตาไป จ้าวเติงค่อยคืนสติ
สิ่งแรกที่มันคิดก็คือ กู่ซืออวิ๋น สมควรมีสายสัมพันธ์อันใดสักอย่างกับคนของตำหนักเมฆาครามแน่นอน!
อีกทั้งคนของตำหนักเมฆาครามคนนั้นสมควรมีตำแหน่งมิใช่ชั่ว หาไม่แล้วองครักษ์เกราะทมิฬคงไม่ปฏิบัติต่อกู่ลี่ บุตรชายของกู่ซืออวิ๋นดีขนาดนี้!
ตั้งแต่ต้นจนจบมันไม่คิดเลยว่าจะเป็นตัวกู่ลี่เองที่มีสัมพันธ์กับคนตำหนักเมฆาคราม เพราะคุณสมบัติของกู่ลี่มันไม่พอ!
จังหวะนี้จ้าวเติงเรียกว่าลืมเรื่องหลิงเทียนไปอย่างสิ้นเชิง
กล่าวให้ชัด ต้วนหลิงเทียน ถูกลืมเสียแล้ว…
มันไม่เคยคิดคาดและเกรงว่ากระทั่งหลับยังไม่อาจฝันถึง เหตุผลที่ว่าทำไมองครักษ์เกราะทมิฬถึงปฏิบัติดีกับกู่ลี่ ล้วนเป็นเพราะจ้าวตำหนักเมฆาครามถ่ายทอดคำสั่งลงมาด้วยตัวเอง!
คำสั่งของต้วนหรูเฟิงแน่นอนว่าสืบเนื่องมาจากต้วนหลิงเทียน!