ผู้เฒ่าหั่วกล่าวสืบต่อ “ด้วยเหตุนี้วิญญาณของเจ้าที่ข้ามมาจากพิภพเหยียนหวง จึงถูกปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายของระนาบโลกียะแห่งนั้น…เช่นนั้นกล่าวได้ว่า ในโลกใบนี้ตลอดทั้งระนาบโลกียะแห่งนี้…หากเจ้าคิดใช้วิญญาณของเจ้า รุกรานทำลายวิญญาณผู้อื่นหมายยึดครองดวงจิตควบคุมร่างใครล่ะก็ นั่นจักเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย! แน่นอนว่าคนอื่นก็ทำแบบนี้กับเจ้าไม่ได้เช่นกัน…”
“แต่แน่นอนว่านี่มิใช่หมายความว่าวิญญาณของเจ้าจะเป็นอมตะในระนาบโลกียะแห่งนี้ หากไม่ใช่การจู่โจมของวิญญาณบริสุทธิ์ แต่เป็นการใช้ทักษะโจมตีทางวิญญาณจากวิญญาณของผู้ที่มีร่างเนื้อ…พวกมันยังสามารถทำลายวิญญาณของเจ้าได้!”
ผู้เฒ่าหั่วกล่าวสืบต่อ
ผู้เฒ่าหั่วแม้จะกล่าวออกมามากมาย แต่ต้วนหลิงเทียนก็ใช่จะเข้าใจทุกอย่างกระจ่าง
อย่างไรก็ตาม เขาสามารถจับประเด็นได้ชัด 2 เรื่อง
ประการแรกเลยก็คือ หากเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ไร้ร่างกาย พวกมันไม่มีทางเล่นงานวิญญาณเขาและยึดครองร่างเขาได้เลย เพราะเสมือนเขามีเกราะกำบังจากกฏของระนาบอะไรนั่น…และผู้ที่หาญกล้าลงมือก็รังแต่จะทำลายตัวเองเท่านั้น!
ประการที่สอง หากผู้ที่มีร่างเนื้อหรือคนทั่วไปใช้การโจมตีทางวิญญาณเล่นงานวิญญาณของเขา เกราะกำบังจากกฏที่ว่าจะไม่มีอยู่! และหากอีกฝ่ายมีการจู่โจมด้วยวิญญาณที่ทรงพลัง เขาก็ตายได้!
“เทียนเอ๋อ เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ?”