ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนนึกย้อนเรื่องราวตลอดทั้งหันไปสนทนากับผู้เฒ่าหั่ว นั่นทำให้เขาแลดูเสมือนเหม่อลอยไปใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ต้วนหรูเฟิงจึงจำต้องเรียกเพื่อดึงสติเขากลับมา
“โทษทีท่านพ่อ…”
ต้วนหลิงเทียนที่เหม่อลอยไปพอสติสตังกลับมาอยู่กับเนื้อตัว ก็ถามบิดาออกมาทันที “เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะ?”
หากเป็นคนอื่นมาเหม่อจนไม่สนใจฟังแบบนี้ล่ะก็ ต้วนหรูเฟิงคงได้มีโมโหกันบ้างแล้ว
ทว่าคนเบื้องหน้าคือต้วนหลิงเทียน ลูกชายของมันทั้งคน มันย่อมไม่ได้ขุ่นขึ้งใจอะไร
ต้วนหรูเฟิงค่อยๆกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างอดทน “ข้าพึ่งถามเจ้าว่า ‘ตราผนึกมาร’ ในมือของเจ้า…เจ้าได้มันมาจากบึงแห่งความตายในบ้านเกิดของเราใช่หรือไม่?”
“ใช่!”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า เรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง
ส่วนเรื่องที่บิดาเขาจะล่วงรู้ว่าเขาถือครองตราผนึกมารอยู่ก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะเรื่องนี้มันได้แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าแล้ว
กระทั่งตอนนี้ยังคงมีหลายคนที่ออกตามหาตัวเขาให้วุ่น!
แน่นอนว่าที่พวกมันหาตัวเขา ล้วนเป็นเพราะต้องการช่วงชิงตราผนึกมาร!
“แล้วเจ้าพบพานเรื่องผิดปกติอันใดบ้างหรือไม่ยามหยิบตราผนึกมารขึ้นมา…อย่างเช่นมีวิญญาณที่แข็งแกร่งมากพอจะหลุดจากผนึกของตราผนึกมาร และคิดช่วงชิงร่างของเจ้า?”
ต้วนหรูเฟิงกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
และนี่เป็นสิ่งที่มันอยากรู้มากที่สุด