“จี้เอ๋อ…เจ้าบอกพ่อมาตามตรง! มรดกสัตว์มารดึกดำบรรพ์ที่เจ้าฝึก มันใช้ทางลัดอันใด…ใช่เป็นวิธีบ่มเพาะพลังอันชั่วร้ายไร้มนุษยธรรมกระทั่งฟ้ายังมิให้อภัยหรือไม่?”
จ้าวเติงกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่จะยื่นคำขาด
“หากมันเป็นเช่นนั้น พ่อหวังว่าเจ้าจะทำลายพลังฝึกปรือนี้ของเจ้าทิ้งไปเสีย! เจ้าเป็นลูกชายคนเดียวของข้า และผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของสกุลจ้าว! เจ้ามิอนุญาตให้แบกรับความเสี่ยงอย่างไร้จำเป็นเช่นนั้น!!”
หากแต่ได้ฟังคำขาดนี้ของจ้าวเติง จ้าวจี้ลอบยินดีในใจนัก! เพราะความจริงยังไม่ได้ถูกเปิดเผย!!
อย่างไรก็ตามจ้าวจี้ยังคงต้องปั้นหน้าเคร่งขรึมกล่าวออกจริงจัง “ท่านพ่อท่านอย่าพึ่งวิตก! ถึงแม้มรดกที่ข้าได้รับสืบทอดมาจากสัตว์มารดึกดำบรรพ์จะโหดร้ายเล็กน้อย แต่มันก็เป็นการโหดร้ายต่อสัตว์ร้ายทั้งหลาย ไม่ใช่กับสัตว์เซียนหรือผู้คนด้วยกัน…ยิ่งข้าฆ่าสัตว์ร้ายและควักหัวใจมันมาบ่มเพาะพลังจากแก่นโลหิตหัวใจมากเท่าใด ด่านพลังฝึกปรือของข้าจะยิ่งก้าวหน้าเร็วขึ้นเท่านั้น!!”
“ดี! ดี ดี!!”
ได้ยินคำของจ้าวจี้ จ้าวเติงอดไม่ได้ที่จะโพล่งอุทานออกมาด้วยความสุขความยินดี
“ท่านพ่อ แล้วท่านปู่ไปที่ใดแล้วเล่า”
จ้าวจี้ก็คิดจะไปอวดด่านพลังกับจ้าวจินเช่นกัน หากแต่ปู่มันกลับไม่อยู่ที่บ้านพัก
“ปู่เจ้าเดินทางออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับไปไล่ล่าจูลู่ฉีกับผู้พิทักษ์กู่ แถวชานเมืองตะวันตก”
จ้าวเติงกล่าวตอบ