“ตามหาจ้าววังจู? ทำไมถึงต้องไปตามหาจ้าววังจู?”
จ้าวจี้แสร้งถามออกมาอย่างโง่งม
“จูลู่ฉีสมควรได้รับเคล็ดความมารกลืนหยินจากฉีจิ้งแล้ว…และตอนนี้มันเริ่มบ่มเพาะพลังโดยใช้สตรีมากมายแถบพื้นที่ตะวันตก เพราะมีคนพบเจอซากศพมากมาย และเหล่าสตรีล้วนกลายเป็นซากศพแห้งเหี่ยวทั้งสิ้น”
จ้าวเติงกล่าว “ตอนนี้จูลู่ฉีถือเป็นศัตรูร่วมของผู้คนทั้งภูมิภาคเบื้องล่าง! ขุมพลังกึ่งชั้น 3 เลือกที่จะส่งยอดฝีมือออกไปกระจายกำลังตามหา! ทุกคนกังวลว่ามันจะกลายเป็นสุดยอดฝีมือมารร้ายคนที่ 2!”
วาจาท้ายประโยค สีหน้าจ้าวเติงเคร่งเครียดไม่น้อย “อย่างไรก็ตามหากจ้าววังจูคิดซ่อนตัวจริงๆ เกรงว่าปู่เจ้ากับคนอื่นๆ ก็คงลำบากกันไม่น้อย”
“อะไร? จ้าววังจูฝึกเคล็ดมารกลืนหยินแล้ว?”
จ้าวจี้เผยท่าทางตกใจ “ไม่คิดเลยว่าจะถูกความแค้นเข้าครอบงำได้ถึงขนาดนี้…ท่าทางในชีวิตนี้ของจ้าววังจู สิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นการล้างแค้นเฝิงปู่อี้…ไม่แน่รองผู้นำตลาดมืดหยินชานคนนี้อาจถูกจ้าววังจูฆ่าเอาสักวัน!”
“หากจ้าววังจูเลือกที่จะหลบซ่อนจนกว่าพลังฝึกปรือจะสูงส่งถึงขั้น…อีกไม่กี่ปีก็สมควรฆ่าเฝิงปู่อี้ได้แน่นอน!”
จ้าวเติงกล่าวออกด้วยความมั่นใจ “เพราะสุดท้ายนั่นก็คือเคล็ดมารกลืนหยิน!!”
ในขณะที่กล่าวคำ เคล็ดมารกลืนหยิน สีหน้าท่าทางของจ้าวเติงเผยความชื่นชมไม่น้อย
แน่นอนว่าในขณะที่ชื่นชมเคล็ดมารกลืนหยิน ลึกลงไปในลูกตาของมันก็เผยความหวาดกลัวเช่นกัน