หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีข่าวหนึ่งถูกรายงานมาถึงหูจ้าวเติงกับจ้าวจี้พ่อลูก
“อะไร? หลิงเทียนกำลังจะออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับเพียงลำพัง! ท่านพ่อ..ข่าวนี้เรื่องจริงหรือ?”
จ้าวจี้มองถามจ้าวเติงด้วยความตื่นเต้น!
“เป็นความจริง!”
จ้าวเติงพยักหน้า “แม้ข้าไม่รู้ว่ามันคิดออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับไปที่ใดแต่มันต้องการไปข้างนอกจริงๆ…เรื่องนี้คนที่มารายงาน ได้ยินมันบอกหวางเฟยเซวียนมากับหู”
“ฮ่าๆๆๆ…ดี! ดี!!”
จ้าวจี้รู้สึกตื่นเต้นเหลือใดจะกล่าว เมื่อรู้ว่าต้วนหลิงเทียนกำลังจะเดินทางออกนอกเขตตำหนักฟ้าลี้ลับ!
ก่อนหน้านี้มันไม่ใช่คู่มือต้วนหลิงเทียน และมันทำได้แค่ยอมรับเท่านั้น
ทว่าตอนนี้มันไม่ใช่มันคนเก่าแล้ว หากแต่เป็นผู้ที่บรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์! กระทั่งด้วยพลังฝึกปรือนี้และฐานะผู้ฝึกมาร ทำให้พลังฝีมือของมันเหนือกว่ากู่ลี่ด้วยซ้ำ!!
ในสายตาของมันด้วยพลังฝีมือขนาดนี้ คิดฆ่าต้วนหลิงเทียนยังไม่พองั้นเหรอ?
“ทว่า…เจ้าสารเลวน้อยแซ่กู่นั่น กลับกล้าไปร้องขอให้พวกรองจ้าวตำหนักกับอาวุโสทั้งหลาย ทำการจับตาดูผู้ที่บรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์ขึ้นไปของสกุลจ้าวเราให้รั้งอยู่แต่ในตำหนัก…”
จ้าวเติงกล่าวออกเสียงเข้ม “ข้าไม่คิดเลยว่าหลิงเทียนจะสนิทสนมกับกู่ลี่ถึงขั้นนี้ กระทั่งถึงขั้นขอให้กู่ลี่ทำเรื่องใหญ่พรรค์นี้ได้…ตอนนี้พวกมันจับตาดูคนของเราทุกฝีก้าว เพื่อมิให้ออกไปสร้างเภทภัยแก่หลิงเทียน!”