างรู้สึกว่าจุดอ่อนสูงสุดของตนคือความตะกละโหย
เจียงผิงอัน “…”
เขาไม่รู้จะบ่นยายหนูนี่เช่นไรดี
เจียงผิงอันตามเข้าไปในวังวน
รู้สึกเหมือนร่างตนทะลุผ่านชั้นเยื่อ จู่ ๆ ร่างของเมิ่งจิงข้างกายก็มลายหาย เจียงผิงอันยืนเพียงลำพังในแดนดินอันขาวโพลนรวนเร
เขาเมินเฉยต่อสรรพสิ่ง นำ ‘พิธีศพพายุทราย’ มาศึกษาต่อ
เวลามีจำกัด ต้องเรียนรู้ให้ได้เร็วที่สุด เมื่อการทดสอบนี้จบลง รอบที่สองก็จะเริ่มขึ้น
ยามอัจฉริยะทั้งหมดเข้าไปครบ หมิงเฉินก็ดำเนินมายาในดินแดนลับ และพลิกนาฬิกาทรายบนอากาศ
นาฬิกาทรายลอยบนอากาศ เม็ดทรายเริ่มแทรกโปรยลง
หมิงเฉินกล่าวกับเจ้าเมืองทั้งหลายด้วยรอยยิ้ม “ในหมู่อัจฉริยะพันกว่าคน จะมีสักกี่คนออกมาได้กันหนอ?”
“หากครึ่งหนึ่งก็แปดร้อยได้” เจ้าเมืองร่างกำยำผู้หนึ่งเอ่ยปาก
ชายชราผู้หนึ่งส่ายหัว “หกร้อยก็เยี่ยมแล้ว ยามเผชิญสิ่งเย้ายวนใจอันขยายปรารถนาหลายเท่า ผู้ไม่เด็ดขาดห้ามใจมิได้หรอก”
“อย่าว่าแต่พวกเขาเลย กระทั่งเราคิดจะออกมายังต้องห้ามใจพยายามนัก”
เจ้าเมืองทั้งหลายมิได้ผ่อนคลายสบายใจอย่างเหล่าอัจฉริยะ เพราะพวกเขาทราบดีว่าจะต้องเผชิญสิ่งใด
ในดินแดนลับ
เมิ่งจิงบอกตนเองเสมอว่าอย่าตะกละ อย่าตะกล