รอยยิ้มของต้วนหลิงเทียนนี้ ทำให้หลายๆคนรู้สึกเสมือนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันมีสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดพามาอย่างไรอย่างนั้น…
พวกมันยังอดคิดไปไม่ได้ ‘ศิษย์พี่หลิงเทียนผู้นี้ ที่แท้กลับมิได้หยิ่งยะโสถือดีอันใด นับว่าคนละเรื่องกับพวกตัวบัดซบที่พลังฝึกปรือสูงเข้าหน่อยก็เอาแต่มองเหยียดดูแคลนผู้อื่นนัก’
“ว่าแต่เมื่อกี้พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่เหรอ ข้าได้ยินแว่วๆว่าศิษย์สกุลจ้าวรังแกศิษย์ของจ้าววังนภาจูลู่ฉีอยู่งั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
เนื่องจากอัธยาศัยอันดีและท่าทางแลดูไม่ถือตัวของต้วนหลิงเทียน ทำให้ศิษย์ทั้งหลายประทับใจไม่น้อย รู้เท่าไหร่บอกหมด
ที่แท้ศิษย์วังลี้ลับกลุ่มหนึ่งที่เป็นคนของสกุลจ้าว บุกมารังแกศิษย์ของจูลู่ฉี โดยใช้ข้ออ้างว่า ‘มาจัดการเก็บกวาดคนทรยศ’ และตอนนี้ก็เผชิญหน้ากันได้สักพักแล้ว อีกไม่นานคงได้ยกพวกตีกันแน่นอน
ในตำหนักฟ้าลี้ลับ ตราบใดที่ไม่ขัดต่อกฏการลงมือทุบตีทำร้ายผู้อื่นนั้น…ขอเพียงไม่ถึงขั้นตกตายกับพิการล้วนกระทำได้ไม่มีปัญหา!
“ศิษย์พี่หลิงเทียนท่านเองก็สนิทกับศิษย์พี่หวางเฟยเซวียน ข้าเห็นว่านางเองอยู่กับศิษย์คนอื่นๆของจ้างวังจูด้วย ตอนนี้ข้ากลัวว่านางกำลังตกที่นั่งลำบากอยู่”
หนึ่งในศิษย์วังนภากล่าวเตือนต้วนหลิงเทียน
ศิษย์วังนภาคนนี้เป็นคนที่ย้อนกลับมาตามเพื่อนหลังพบว่ามีเรื่องราวสนุกสนานน่าดูชมเกิดขึ้นบนยอดเขาวังนภา