‘ว่าแล้วเชียว…นางไปลุยกับคนอื่นด้วยจริงๆ’
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับทราบ เร่งรุดเหินร่างไปยังยอดเขาวังนภาทันที
เนื่องจากคนของสกุลจ้าวกับศิษย์ของจูลู่ฉีเจอกันแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานได้ยกพวกตีกันบนยอดเขาวังนภาแน่นอน
และเมื่อต้วนหลิงเทียนขึ้นมาถึงยอดเขาวังนภา เขาก็แลเห็นเหล่าศิษย์มารวมตัวกันมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนผู้คนที่เหินมาดูชมเรื่องราวยิ่งมาก็ยิ่งมาก แถมไม่ได้มีแต่ศิษย์วังนภากับวังลี้ลับ วังปฐพีกับวังเหลืองก็มาดูชมเรื่องราวด้วยเช่นกัน!
และพื้นที่ตรงกลางลานบนยอดเขาที่ทุกคนเว้นว่างไว้ ก็ปรากฏร่างกลุ่มคน 2 กลุ่มเผชิญหน้ากันอยู่
ฝั่งหนึ่งมี 5 คน
อีกฝั่งมี 4
สายตาต้วนหลิงเทียนจับจ้องไปยังฝั่งที่มี 4 คนทันที เพราะเขาพบว่าในนั้นมีหวางเฟยเซวียนรวมอยู่ด้วย
และตอนนี้หวางเฟยเซวียนกำลังถลึงตามอง 5 คนเบื้องหน้าด้วยสายตาดุร้ายเอาเรื่อง ทั้ง 5 นั่นก็เป็นคนของสกุลจ้าวทั้งสิ้น!
“จ้าวจี้?”
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็พบว่า ในบรรดา 5 คนของสกุลจ้าว กลับมีจ้าวจี้รวมอยู่ด้วย มันกำลังยืนอวดเบ่งวางท่าตามระเบียบ
“จ้าวจี้! มิใช่ข้ากล่าวบอกเจ้าไปชัดเจนแล้วหรือไร ว่าทุกสิ่งที่อาจารย์ของเรากระทำ พวกเรามิมีส่วนรู้เห็นอันใดด้วยเลย! นอกจากนี้ใต้เท้าเฉินผิงเชิงจ้าววังเหลืองยังกล่าวบอกเอง ว่าตำหนักฟ้าลี้ลับไม่ได้กล่าวโทษพวกเราสำหรับความผิดของท่านอาจารย์!”