ชายวัยกลางคนที่แลดูแข็งแกร่งคนหนึ่งกล่าวคำกับจ้าวจี้ และชายวัยกลางคนแลดูแข็งแกร่งนี้ก็ยืนอยู่ข้างๆหวางเฟยเซวียน
“หงกังคำพูดนั้น…มิว่าผู้ใดก็สามารถพูดได้! เจ้ามีหลักฐานอันใดมายืนยันเล่าว่าเจ้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ? ข้าคิดว่าที่จูลู่ฉีมันหนีไปได้ภายใต้สายตาของอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 แบบนี้..9 ใน 10 ส่วนล้วนมีพวกเจ้ารู้เห็นเป็นใจ!”
จ้าวจี้เชิดหน้าแสยะยิ้มกล่าวออกด้วยสายตาเยาะเย้ย
ทั้ง 4 คนที่อยู่เบื้องหน้าของมันตอนนี้ล้วนเป็นศิษย์ส่วนตัวของจ้าววังนภา จูลู่ฉี ทั้งสิ้น
หากเป็นปกติแล้วมันคงไม่มาหาเรื่องศิษย์ของจูลู่ฉีแบบนี้ เพราะไม่เพียงแต่มันกับจูลู่ฉีจะร่วมมือกันแต่มันยังคร้านจะสนใจ
อย่างไรก็ตามเหตุผลที่มันมาหาเรื่องอีกฝ่าย เพราะจ้าวจินปู่ของมันกล่าวแนะ
ปู่มันกล่าวบอกมาว่า ให้มันพาคนสัก 2-3 คนมาทุบตีศิษย์จูลู่ฉี
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้บุตรใช้หนี้แทนบิดา’
ถึงแม้จูลู่ฉีจะไม่ใช่บิดาของพวกมันทั้ง 4 แต่เป็นอาจารย์วันหนึ่งก็เหมือนเป็นบิดามารดาไปจนตาย
จ้าวจี้รู้ดีว่าที่ปู่ให้มันกระทำแบบนี้ เพื่อที่จะล่อให้จูลู่ฉีปรากฏตัวออกมา เพื่อที่จะได้จับกุม
ถึงแม้เรื่องนี้ฟังแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ลองกระทำก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย…
“เจ้าพล่ามเหลวไหลอันใด!?”
“ท่านอาจารย์คิดอะไรพวกเราไม่เคยรู้เรื่องด้วยซ้ำ!”
“จ้าวจี้เจ้าอย่าได้กล่าววาจาปั้นน้ำเป็นตัวป้ายสีพวกเรา!”
……