ตอนนี้ไม่เพียงแต่หงกัง อีก 3 คนที่เหลือไม่เว้นหวางเฟยเซวียนเองก็โพล่งคำออกมาด้วยโทสะ เพราะคำกล่าวหาของจ้าวจี้มันเหลวไหลเกินไป!
มีพวกมันรู้เห็นเป็นใจ? จะไปรู้เห็นบัดซบอะไรได้!!
“นายน้อยไฉนต้องเปลืองวาจากล่าวกับคนทรยศเช่นพวกมัน! ในเมื่อพวกมันไม่ยอมรับผิด ข้าจะทุบตีลงโทษพวกมันแทนอาจารย์ทรยศ คอยดูไปเถอะ…ว่าพวกมันจักทำเป็นผู้ร้ายปากแข็งได้นานเท่าใด?!”
ชายวัยกลางคนเคราดกด้านหลังจ้าวจี้กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะร่า มันว่ายตามองหวางเฟยเซวียน หงกังและอีก 2 คนด้วยสายตาเย้ยหยัน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายกล่าวมาแบบนี้ สีหน้าหงกังมืดลงทันใด ยังกล่าวออกมาด้วยโทสะ “จ้าวคุนหากไม่ใช่เพราะเจ้าโชคดีทะลวงผ่านไปยังอริยะเซียนขั้นต้นได้ก่อนข้า เจ้ายังจะกล้ามาทำตัวกร่างต่อหน้าข้าเช่นนี้หรือไม่? ข้าหงกังขอสาบานเอาไว้ตรงนี้เลย วันนี้หากเจ้ากล้าแตะต้องศิษย์น้องของข้า ข้าจะไม่มีวันเลิกราเรื่องนี้แน่หากข้าทะลวงถึงอริยะเซียนขั้นต้น!”
ถึงแม้พลังฝีมือของจ้าวคุนก็นับว่าไม่เลวในตอนที่ยังไม่บรรลุถึงอริยะเซียนขั้นต้น แต่มันก็ไม่อาจเทียบชั้นหงกังได้เลย
ตอนนี้เพียงเพราะจ้าวคุนทะลวงผ่านได้ก่อนเท่านั้น จึงทำให้หงกังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“เจ้าตัดผ่านอริยะเซียนแล้วเป็นอย่างไรข้าไม่รู้…ข้ารู้แต่วันนี้เจ้า หงกัง ต้องหมอบกราบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้า!”
จ้าวคุนกล่าวจบก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
“นายน้อยจี้…”