จ้าวจี้กล่าวออกด้วยอำมหิต สองตาทอประกายเย็นเยียบขึ้นมา
“จี้เอ๋อเจ้ากลับไปก่อนเถอะ…หากท่านจ้าวตำหนักล่วงรู้ว่าเจ้ามาทีนี่ด้วยมิพ้นเจ้าได้ถูกตำหนิอีกแน่”
จ้าวเติงมองกล่าวเตือนจ้าวจี้ด้วยท่าทางหวั่นใจ
“อะไรเล่าท่านพ่อ..มิใช่ว่ากู่ลี่มันก็มาด้วยรึไง?”
จ้าวจี้ขมวดคิ้ว กล่าวออกด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
ในฐานะบิดาของจ้าวจี้ จ้าวเติงย่อมรู้ดีว่าลูกของตัวกำลังไม่พอใจ “เจ้าอย่าได้คิดมากเรื่องนี้เลย แม้เรื่องนี้จะเป็นความดีความชอบของหลิงเทียน แต่กู่ลี่ก็เป็นคนคาบข่าวจากหลิงเทียนมาบอกท่านจ้าวตำหนัก ทำให้มันก็มีความดีความชอบเช่นกัน…”
“แถมกู่ลี่มันก็มีพลังฝีมือเหนือเจ้า…” กล่าวรอบนี้ ในวาจาของจ้าวเติงเผยให้เห็นถึงความตำหนิบุตรชายเช่นกัน “หากเจ้าว่างนัก ใยไม่ปิดด่านบ่มเพาะพลังเสียเล่า! อย่าว่าแต่หลิงเทียนเลยหากเป็นเช่นนี้ต่อไป กระทั่งกู่ลี่เจ้าก็ไม่อาจเทียบได้!!”
“หลิงเทียน!”
ลูกตาจ้าวจี้ทอประกายเย็นเยียบออกมาทันที ยังเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหาร “มันอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก!”
“ไป๋ฉวี่ เฮยถู พาจี้เอ๋อกลับไปเสีย”
จ้าวเติงมองไปยังร่าง 2 คนที่ติดตามมาด้านหลังจ้าวจี้ ค่อยกล่าวสั่งออกไป
คนที่ติดตามมาด้วยกันกับจ้าวจี้ทั้ง 2 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นไป๋ฉวี่กับเฮยถู สองพี่น้องที่แต่งกายมาในชุดขาวกับดำ ยังเป็น 2 คนที่คิดเล่นงานต้วนหลิงเทียนที่ยอดเขาวังนภาวันที่ ต้วนหลิงเทียนตบหน้าจ้าวจี้