กลิ่นอายพลังอันเข้มแข็งที่แผ่ออกจากร่างชายชราทั้ง 2 ที่จับตัวมันมา พาลให้มันหวาดกลัวจับใจ อีกฝ่ายไม่ต้องลงมือทำอะไร แค่นี้วิญญาณมันก็แทบหลุดลอยออกจากร่างแล้ว
หากไม่ใช่เพราะทั้งสองปราณีสะกดพลังส่วนใหญ่เอาไว้ มันคงหายใจไม่ออกตาย
“ใต้เท้า พวกเราจับได้คนหนึ่ง”
เมื่อได้ยินคำของชายชรา 1 ใน 2 คนที่กล่าวออก หรงหงถึงกับหวัดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
ใต้เท้า?
หรือชายวัยกลางคนผู้นี้จะเป็นผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง?
ผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องมาตามหาหรงฟ่านด้วยตัวเองเลยหรือ?
‘บัดซบ หรงฟ่าน! เจ้าไปก่อเรื่องอันใดไว้กันแน่! ชนชั้นผู้นำคฤหาสน์ถึงได้ถ่อมาหาเจ้าด้วยตัวเองเช่นนี้! ถึงว่าล่ะ! วันนั้นที่ข้าเจอมัน สีหน้าของมันถึงได้แลดูแปลกๆ มิพ้นต้องเกิดเรื่องใดบางอย่างเป็นแน่!”
‘มิน่าแปลกใจเลยที่ตลอดเดือนมานี้มันถึงได้หายหัวไม่โผล่มาให้เห็น!!’
พอนึกถึงเรื่องนี้สีหน้าหรงหงเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ปั้นยากทันใด มันอุตส่าเก็บงำความลับไว้ให้หรงฟ่าน แต่ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะพาลมาถึงตัวแบบนี้
“ใต้เท้า!”
เมื่อเดาไปว่าคนเบื้องหน้าสมควรเป็นผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง หรงหงก็เร่งคุกเข่าลงไปทันใด ร่างมันสั่นระริกราวลูกนกตกน้ำ กล่าวออกอย่างรีบร้อน “ขะ…ขะ…ข้ามิรู้ว่าหรงฟ่านไปก่อเรื่องอันใดมา ถึงได้พลาดพลั้งทำผิดไปอย่างโง่งม”
ตอนนี้เองเมิ่งฉิงก็ได้รับรู้จากอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 ว่าหรงฟ่านได้เล็ดรอดไปนานแล้ว