“วันนั้นที่เจ้าแยกกับมัน ใช่มันกำลังมุ่งหน้าไปคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องหรือไม่?”
เมิ่งฉิงหันไปกล่าวถามหรงหงเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“ใช่ๆ”
หรงหงเร่งพยักหน้าเร็วรี่ปานลูกเจี๊ยบจิกข้าวสาร ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าหรงหงหมดประโยชน์แล้ว เมิ่งฉิงพลันสะบัดมือเบาๆ ป่นร่างมันจนกลับกลายเป็นละอองโลหิตทันที
“จ้าววังเฉินท่านกับศิษย์สองคนเฝ้าอยู่ที่เมืองนี้ หากหรงฟ่านมันย้อนกลับมา พบเห็นเป็นฆ่าทันที!”
(*ถ้ามีเฉียนผิงเชิงโผล่มา ขอให้รู้ไว้ว่ามันคือจ้าววังเหลืองเฉินผิงเชิงนะ บางทีผมหลอนๆชื่อเลยพิมพ์ผิด)
ขณะเดียวกันเมิ่งฉิงก็หันไปมองสั่งเฉินผิงเชิง จ้าววังเหลือง
“ทราบแล้วท่านจ้าวตำหนัก”
เฉินผิงเชิงเร่งพยักหน้ารับคำ
“ส่วนคนอื่นๆติดตามข้าย้อนกลับไปยังคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง…อย่างไรก็ตามข้าสงสัยว่าหรงฟ่านมันคงมิได้ย้อนกลับไปคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง หาไม่แล้วคนที่รั้งอยู่ที่นั่นสมควรมารายงานข้านานแล้ว”
จังหวะนี้แม้แต่ใบหน้าของจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับอย่างเมิ่งฉิง ยังบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ไม่น้อย
แม้ปลาที่เล็ดรอดร่างแหไปตัวนี้จะเป็นตัวตนอันต่ำต้อย แต่ตำหนักฟ้าลี้ลับต้องลากคอมันมาฆ่าให้จงได้! หาไม่แล้วหากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ตำหนักฟ้าลี้ลับได้เจอปัญหาแน่นอน!!
เรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็พึ่งได้รู้หลังจากที่กู่ลี่กลับมาแล้วเท่านั้น