เขายังรู้จักทดแทนบุญคุณ ควรค่าฝึกฝนยิ่งกว่าอัจฉริยะคนอื่น ๆ
เจียงผิงอันรู้สึกอึดอัดยากหายใจขึ้นมา
“พี่หญิง ยามนี้แล้ว ข้าขอไปฝึกฝนก่อนนะขอรับ”
“ไปสิ เอาหินวิญญาณล้านนี้ไป ในนี้ประสบการณ์ของผู้ฝึกกายาอยู่ด้วย มันจะช่วยเจ้าได้”
เซี่ยชิงมอบแหวนเก็บของสีเขียววงหนึ่งให้กับเจียงผิงอัน “กับพี่หญิงผู้นี้ เจ้าไม่ต้องเกรงใจ เทียบกับเม็ดบงกชแจ้งวิถีแล้ว แค่นี้น้อยเกินเหลือบแล”
“ขอบคุณพี่หญิง”
เจียงผิงอันมิได้ปฏิเสธ รับแหวนเก็บของมาอย่างตื้นตันนัก
“บอกแล้วไง ไม่ต้องเกรงใจมากพิธี” เซี่ยชิงแย้มยิ้มพริ้มเพรา ดุจสายลมเย็นยามคิมหันต์ ชวนให้รู้สึกสดชื่นอบอุ่นใจ
เจียงผิงอันลุกขึ้นเดินจาก
เมื่อประตูปิดลง รอยยิ้มเจิดจรัสบนใบหน้าเซี่ยชิงก็เลือนหาย คืนสู่ปกติ อ่อนโยนทว่าห่างเหินพันลี้
เซี่ยชิงเผยอริมฝีปากแดง โยนเม็ดบงกชแจ้งวิถีเข้าปากแล้วนั่งลงขัดสมาธิ
“ด้วยเม็ดบงกชแจ้งวิถีนี้ ข้าก็เข้าใกล้การทะลวงสู่ขอบเขตแปรเทวะไปอีกก้าว บัลลังก์ต้องเป็นของข้า!”
เจียงผิงอันกลับถึงห้อง แล้วรอยยิ้มผ่อนคลายบนใบหน้าก็เลือนสิ้น
“ว่าแล้วเชียว ท่านอาจารย์บอกไว้ไม่ผิด องค์หญิงผู้นี้เจ้าแผนการนัก”