ตอนนี้ไม่เพียงแต่ต้วนหลิงเทียนจะทำหน้าอึน ด้านเซียวตุนถึงกับทำหน้าเหวอสองตากระพริบปริบๆ มองถามต้วนหลิงเทียนราวกับตัวโง่งม “ศิษย์พี่หลิงเทียน…ตอนนี้พวกเราอยู่โถงสุดท้ายของวังจริงหรือ? ไฉนข้ารู้สึกเสมือนเข้าห้องผิดเลยเล่า?”
เข้าห้องผิด?
อันที่จริงต้วนหลิงเทียนก็คิดแบบนี้เช่นกัน…
อย่างไรก็ตาม ไม่นานสีหน้าอึนๆของต้วนหลิงเทียนมลายหายไป กลายเป็นขึงขังขึ้นมาทันที
สองตาต้วนหลิงเทียนกลับหรี่มองก้อนหินประหลาดๆนับไม่ถ้วนที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นโถง ใจเต็มไปด้วยความสงสัย ‘หินพวกนี้ตอนแรกเหมือนวัตถุไร้ชีวิต…แต่ตอนนี้ไฉนข้ารู้สึกเสมือนพวกมันกำลังพุ่งพล่านไปด้วยพลังชีวิต..หืม? นั่นอะไรน่ะ?’
ทั้งหมดนี้เกิดจากสำนึกเทวะต้วนหลิงเทียนที่สัมผัสได้ถึงบางอย่าง
“ศิษย์พี่หลิงเทียน! ก้อนหินพวกนี้…ข้าว่ามันมีอันใดแปลกๆ”
ตอนนี้เองเซียวตุนก็พบว่าก้อนหินในห้องโถงมีความผิดปกติแล้วเช่นกัน
ตึงงงงง!!
แทบจะพร้อมกันกับที่เซียวตุนกล่าวจบคำ เสียงหนึ่งพลันดังลั่นขึ้นมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองจากสำนึกเทวะต้วนหลิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่ามีประตูศิลาขนาดมหึมาเลื่อนลงมาดั่งประตูกล ปิดผนึกทางออกเดียวของโถงเหยียนเทียนแห่งนี้เอาไว้แล้ว!
ไม่เหมือนกับต้วนหลิงเทียนที่ยังคงความสงบไม่ตื่นตระหนก เซียวตุนเรียกว่าสะดุ้งตกใจทั้งหน้าเปลี่ยนสีไปทันที
แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก!
……