ทว่าตอนนี้เองโถงเหยียนเทียนที่สมควรกล่าวได้ว่าเป็นห้องปิดตายไปแล้ว อยู่ดีๆกลับบังเกิดความปั่นป่วนขึ้นประการหนึ่ง ไม่ทราบสายลมมันพัดมาจากที่ใด แต่อยู่ๆมันก็ผุดขึ้นมาหมุนวนในห้องโถง! พาลให้ชุดเสื้อคลุมของเซียวตุนโบกกระพือขึ้นมา!!
“ศิษย์พี่หลิงเทียน หินนั่น…หินนั่นมันขยับได้!!”
เซียวตุนร้องโพล่งออกมาอย่างเสียขวัญ
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับเบาๆ เขาเองก็เห็นแต่แรกแล้ว
สายลมยิ่งมายิ่งกรรโชกแรงขึ้น พาลให้ก้อนหินบนพื้นห้องโถงเริ่มสั่นไหวกระทั่งกลิ้งไปมา กระทั่งหินก้อนที่ใหญ่ที่สุดดั่ง ราชาหิน ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาเบาๆ
ไม่นานต้วนหลิงเทียนกับเซียวตุนก็พบว่า ก้อนหินเล็กๆทั้งหลายในห้องโถงเริ่มลอยล่องขึ้นมา
หินก้อนใหญ่เองก็ค่อยๆลอยล่องขึ้นมาแล้วเช่นกัน
ภายใต้สายตามองจ้องด้วยความสนใจของต้วนหลิงเทียน ก้อนหินน้อยใหญ่ทั้งหลายอยู่ๆก็พุ่งไปรวมกันที่จุดๆหนึ่ง พวกมันปะติดปะต่อกันด้วยความเร็วสูง ก่อเกิดเป็นร่างที่มองไปคล้ายมนุษย์ศิลาขนาดตัวมหึมาดั่งเนินเขาขึ้นมา!!
มนุษย์ศิลาที่ว่าไม่มีตาไม่มีปาก หากแต่มันมีชีวิตเสมือนดั่งสัตว์ร้าย! ไม่ใช่แค่ของประดับฉากแน่ๆ!!
ตึงงงง!!