ครั้งนี้จ้าวจี้ไม่กล่าวข่มขู่ออกมาเหมือนตอนแรก เพียงกล่าวด้วยวาจาทำนองคิดกระตุ้นเตือน “สถานการณ์ตอนนี้ต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง…หากเจ้ากล้าทำให้ข้าต้องถูกขับออกจากแดนลับเซียน เท่ากับเจ้าทำให้ตระกูลจ้าวของข้าสิ้นโอกาสได้รับมรดกเวทย์พลังระดับสูง! ถึงยามนั้นระหว่างเจ้ากับตระกูลจ้าวของข้า จักเพาะสร้างความแค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้!!”
“ที่สำคัญท่านจ้าวตำหนักเองก็รู้เรื่องเจ้าแล้วเช่นกัน เช่นนั้นท่านย่อมมิคิดรับเจ้าเป็นศิษย์หรือศิษย์ปิดสำนักอันใดอีก…หากไร้บารมีของท่านจ้าวตำหนักคุ้มครอง ต่อให้เจ้ามีสัมพันธ์กับกู่ลี่ แต่เจ้าคิดจริงๆหรือว่ามันจะช่วยเจ้าทานรับโทสะของตระกูลจ้าวข้าได้?”
“หากวันนี้เจ้าปล่อยข้าไปเรื่องราวบาดหมางก่อนหน้าของพวกเรา รวมถึงที่เจ้าตบหน้าข้าอีก 2 ครั้งเมื่อครู่เป็นอันเลิกแล้วต่อกัน…! ตระกูลจ้าวของข้าจะไม่ยุ่งวุ่นวายอะไรกับเจ้าอีก…และไม่คิดลงมือทำร้ายเจ้า!”
เพื่อความอยู่รอดในแดนลับเซียน จ้าวจี้ถึงกับเลือกที่จะเลิกหัวแข็งยอมโอนอ่อนผ่อนปรน
สำหรับวาจาที่มันกล่าวออกมาว่าจะไม่ทำอะไรต้วนหลิงเทียนนั้น แน่นอนว่ามันกล่าวอย่างขอไปที! หมายหลอกให้ต้วนหลิงเทียนไม่ลงมือกับมันก็เท่านั้น!!
เพราะหากต้วนหลิงเทียนคิดลงมือจัดการมันจริงๆ มันตายแน่!!