เมิ่งฉิงยังส่งเสียงกล่าวกับจูลู่ฉีทันที “เจ้าสมควรเคยได้ยินเรื่องของหลิงเทียนมาแล้ว…เจ้าหนุ่มนั่นมีอาจารย์รอคอยอยู่ภูมิภาคเบื้องบน และมิอาจรั้งอยู่ในภูมิภาคเบื้องล่างได้นาน… แม้จักออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับเราไปเข้าร่วมตำหนักเมฆาคราม ก็มินับว่าเสียหายอันใดมาก อีกทั้งพวกเรายังมีโอกาสได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับเขาอีกด้วย…”
“สหายน้อยนั่น…จะอย่างไรก็สัตย์ซื่อจริงใจ”
เมิ่งฉิงย่อมส่งคนไปยืนยันข่าวลือมาแล้ว จึงได้ทราบว่าข่าวลือทั้งหมดมาจากเริ่นเฟยคนของคฤหาสน์ข้ามฟ้า…
นอกจากนี้ยังได้ทราบว่าต้วนหลิงเทียนคิดช่วยเหลือเริ่นเฟยในแดนลับเซียน เพื่อตอบแทนบุญคุณแทนลี่เฟิง ที่เคยถูกอาวุโสของคฤหาสน์ข้ามฟ้ากับคฤหาสน์คลื่นคลั่งช่วยเหลือเอาไว้…
น่าเสียดายที่เริ่นเฟยพลังฝีมืออ่อนด้อยเอง จึงมิอาจชิงสิทธิ์เข้าแดนลับเซียนมาได้ พลาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากต้วนหลิงเทียนที่คิดจะช่วยให้ได้รับมรดกเวทย์พลัง กระทั่งเวทย์พลังระดับสูง!
ได้ยินเสียงของเมิ่งฉิง จูลู่ฉีก็เงียบไปไม่กล่าวอะไรอีก
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนเฝ้ารอศิษย์ทั้ง 30 คนของตำหนักฟ้าลี้ลับเพิ่มมาอีกคน…
ด้านต้วนหลิงเทียนเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้เลยว่าตอนนี้ หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทของบิดาตัวเองอย่าง ‘กู่มี่’ ได้มาถึงตำหนักฟ้าลี้ลับแล้ว และกำลังรอพบเขาอยู่พร้อมกับเมิ่งฉิงกับคนอื่นๆ