ม่านตาพิสดารนั้น หากใช้ความสามารถมองไกลเป็นเวลาสั้นๆ ย่อมไม่ได้สิ้นเปลืองพลังวิญญาณอะไรมากมาย
“เจ้านั่นดูเหมือนจะพบอะไรบางอย่าง…”
ต้วนหลิงเทียนที่เห็นสีหน้าอาการไม่ปกติของผู้ที่เหาะมาอย่างรีบร้อนตอนแรกก็บังเกิดความอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย เขาจึงเหินร่างตามพวกมันไปทันที ด้วยอยากรู้ว่าพวกมันจะไปไหนกัน…
ตอนแรกการตามพวกมันไปก็ไม่มีอะไรหวือหวา ทว่าผ่านไปพักหนึ่งเขาก็พบว่ามีสัตว์ร้ายตัวเขื่องพุ่งแหวกก้อนเมฆออกมา หมายโฉบทำร้ายเขา!
เหลือบมองเพียงครั้งด้วยเนตรเทวะ ต้วนหลิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่านกตัวใหญ่นี่เป็นเพียงสัตว์ร้ายเซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดเท่านั้น
“ซวยฉิบ…ข้าโดนเจอตัวแน่…”
เมื่อต้องลงมือสังหารนกตัวเขื่องนั่น ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ทันทีว่า 2 คนที่อยู่ข้างหน้าไม่พ้นต้องรู้ตัว และหันกลับมาความเคลื่อนไหวเมื่อครู่แน่นอน…
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พวกมันหันกลับมาเห็นตอนเขาฆ่านกประหลาดตัวเขื่องจริงๆ…
ในเมื่อพวกมันรู้ตัวแล้วเขาก็ไม่คิดหลบๆซ่อนๆอะไรอีก เร่งเหินร่างเข้าไปหาพวกมันทันที
“หลิงเทียน!”
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนกำลังเหาะมาแต่ไกล ลูกตาทั้งคู่ก็อดไม่ได้ที่จะหดเล็กลง พวกมันคิดว่าจะได้พบสหายที่อาจร่วมกลุ่มด้วยกันได้…แต่ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะพบเจอ ‘สัตว์ประหลาด’ ตัวนี้แทน!
ต่อให้พวกมันร่วมมือกันกับใครในแดนลับเซียน ก็คงไม่อาจเทียบกับการร่วมมือกับคนเบื้องหน้าได้…