บนถนนแห่งวิถียุทธ์ของต้วนหลิงเทียน ไม่มีที่ว่างสำหรับความหวาดกลัวต่ออำนาจ ให้เส้นทางเบื้องหน้ามันจะลำบากเพียงไรยากเข็ญเพียงไหน เขาก็จะมุ่งมันฟันฝ่าเพื่อให้ถึงปลายทาง!
ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เกาเผิงได้ถอยออกไปยืนห่างๆ มันไม่อยากเป็นปลาในบ่อที่พลอยซวยเพราะไฟไหม้ไปด้วย(ประตูเมืองไฟไหม้ ลามถึงปลาในบ่อ = ไฟไหม้ประตูเมือง ทว่าข้างประตูเมืองมีบ่อปลา…ทหารจึงมาตักน้ำในบ่อไปดับไฟ จนน้ำในบ่อแห้งขอดปลาเลยตาย)
“ตั้งแต่ข้าเข้าตำหนักฟ้าลี้ลับมาข้ามิเคยยอมรับนับถือผู้ใด…แต่วันนี้ข้าไม่อาจไม่ยอมรับหลิงเทียน!”
ไม่ทราบว่าใครเป็นคนที่ตะโกนกล่าวคำนี้ออกมา แต่มีหลายคนที่ได้ยิน
“เห็นด้วย! ไม่ต้องกล่าวถึงศักยภาพพรสวรรค์อันใด ลำพังแค่ความกล้านี้ข้าก็นับถือแล้ว!”
ศิษย์ตำหนักฟ้าลี้ลับ โดยเฉพาะคนวังนภาต่างเห็นด้วย
แน่นอนว่าในขณะที่มีบางคนชื่นชมต้วนหลิงเทียน แต่ก็มีบางคนส่ายหน้าเพราะคิดว่าต้วนหลิงเทียนรนหาที่!
“หลิงเทียนนี่คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์แล้วจะทำอะไรในตำหนักฟ้าลี้ลับก็ได้หรือ…คิดว่าจะตบตีทำร้ายใครก็ได้รึไง ในตำหนักฟ้าลี้ลับเรามีคนแข็งแกร่งกว่ามันเต็มไปหมด”
“นั่นสิ! หากเป็นคนธรรมดาคิดทำอะไรก็ทำไป แต่นั่นคือจ้าวจี้…ภูมิหลังจ้าวจี้คนรู้กันทั่ว วันนี้มันถูกหยามให้อัปยศถึงเพียงนั้น เรื่องต้องไปถึงหูอาวุโสผู้พิทักษ์แน่!”