“ก็ไม่ได้ไม่สะดวกอะไรหรอก อันที่จริงก็ไม่ใช่ข้าที่ติดค้างบุญคุณของผู้อาวุโสพวกเจ้าดวยซ้ำ…แต่เป็นสหายของข้าต่างหากที่ติดค้างผู้อาวุโสของเจ้า ตอนนั้นเพราะมีเรื่องสำคัญบางประการที่สหายของข้าต้องรีบไปจัดการ เขาจึงได้ผิดนัดและปล่อยให้ผู้อาวุโสของพวกเจ้ารอเก้อไปแบบนั้น อีกทั้งเมื่อครึ่งปีที่แล้วสหายข้าก็ทะลวงถึงขอบเขตอริยะเซียน เช่นนั้นจึงออกเดินทางจากภูมิภาคเบื้องล่างขึ้นไปภูมิภาคเบื้องบนด้วยธุระสำคัญ เขาจึงไหว้วานให้ข้าช่วยตอบแทนผู้อาวุโสของพวกเจ้าแทนหากข้ามีโอกาส..”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
เขาเชื่อว่าด้วยวาจานี้ของเขา มันมากพอจะทำให้เริ่นเฟยกับหลิวเจี้ยนที่เป็นศิษย์ของคฤหาสน์ข้ามฟ้าและคฤหาสน์คลื่นคลั่ง ผูกโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้ากับเรื่องที่เขาเคยพูดไปวันนั้นว่าเขาเป็นสหายของลี่เฟิงได้ไม่ยาก…
เพราะสุดท้ายแล้วหลังจากจบการประลองยอดนักรบครั้งนั้น อาวุโสของทั้งคู่สมควรกล่าวเล่าเรื่องราวของลี่เฟิงให้พวกมันฟังหมดสิ้นแล้วไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตากระทั่งกลวิธีลงมืออย่างละเอียด ไม่เว้นกระทั่งปราณสุริยันแรกกำเนิดที่สว่างไสวปานดวงตะวัน
เช่นนั้นเขาจึงผลักเรือตามกระแส บอกว่าลี่เฟิงเป็นสหายของเขาไปแต่แรก
“ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูก! ที่แท้เจ้ามีความสัมพันธ์กับลี่เฟิงจริงๆ!!”