“พรสวรรค์สูงส่งมันก็ดี แต่หากเจ้าตกตายก่อนที่จะได้เติบโตมันก็เท่านั้น!”
กล่าวถึงจุดนี้แววตาจ้าวจี้ก็เผยจิตสังหารออกมาให้เห็นชัดเจน
“เซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดเหนือใครไม่รู้ แต่ไม่ใช่ว่าเหนือกว่าเซียนขัดเกลาขั้นกลางของเจ้าเหรอ?”
เจอกับวาจาแฝงคำขู่ของจ้าวจี้ ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบกลับไปอย่างไร้แยแส พาลให้สีหน้าจ้าวจี้ยิ่งมายิ่งเปลี่ยนเป็นมืดดำ
แต่ไหนแต่ไร มันจ้าวจี้ยามเดินในตำหนักฟ้าลี้ลับ ยังมีผู้ใดหาญกล้าสนทนากับมันเช่นนี้?
“ดี! ดีมาก!”
จ้าวจี้มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดุร้าย “ในตำหนักฟ้าลี้ลับ เจ้านับเป็นคนแรกที่กล้าพูดกับข้าแบบนี้…หลิงเทียนข้าจ้าวจี้จะจำเจ้าเอาไว้!”
ต้วนหลิงเทียนยักไหล่เบาๆ แต่ไม่ได้หันมามองสนใจอะไรมัน เห็นชัดว่าไม่สนคำขู่ของจ้าวจี้แม้แต่น้อย
เรื่องนี้ยิ่งทำให้สีหน้าจ้าวจี้บิดเบี้ยวขึ้นไปอีก
“หลิงเทียนเจ้าวู่วามเกินไปแล้ว!”
ตอนนี้เองพลันมีเสียงส่งถึงหูต้วนหลิงเทียน เป็นเกาผิงที่กล่าวเตือนออกมา “จ้าวจี้คนนี้ภูมิหลังของมันไม่ธรรมดา ต่อให้เป็นตัวตนขอบเขตอริยะเซียนยามอยู่ต่อหน้ามันยังต้องสุภาพ กระทั่งต้องกล่าววาจาประจบเยินยอ…เพราะบิดาของมันเป็นถึงรองจ้าวตำหนัก! มียอดฝีมือขอบเขตอริยะเซียนมากมายที่ยินดีรับใช้!!”
“แถมปู่ของมันก็เป็นถึง 1 ใน 2 ผู้พิทักษ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับ! ศิษย์ของปู่มันส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาวุโสในตำหนักทั้งสิ้น!!”