ทันใดนั้นเองไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ที่ตะโกนออกมา แต่ทุกคนไม่เว้นต้วนหลิงเทียนก็หันมองไปยังจุดที่ลั่วชานนอนหมดสภาพก่อนหน้าทันที
ตอนนี้ลั่วชานได้สติแล้ว มันหยิบโอสถออกมารับประทานอย่างยากลำบาก และพยายามลุกขึ้นนั่งโคจรพลังรักษาตัว
หลังจากนั้นสักพัก มันก็ไปปลุกน้องชายของมัน ช่วยป้อนโอสถให้อีกฝ่าย ยังช่วยเดินพลังย่อยฤทธิ์โอสถให้เร็วขึ้น
ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ สีหน้าของพวกมันพี่น้องก็ค่อยๆดีขึ้น มีเลือดฝาดอีกครั้ง หากแต่พวกมันก็ยังดูอ่อนแออิดโรยนัก ได้แต่พยายามประคองกันลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล…
พวกมันไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผู้ใด…
จังหวะนี้พวกมันทั้งอับอายทั้งเสียใจไม่น้อย หากพวกมันไม่ไประรานตัวประหลาดนั่น ไหนเลยพวกมันจะประสบชะตาอนาถขนาดนี้…
หลังจากที่เงยหน้าขึ้นไปลอบมองต้วนหลิงเทียนด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง พี่น้องสกุลลั่วก็พากันเหินบินจากไปทันที
“จึกๆๆ อะไรกัน… พวกเจ้าพี่น้องคิดไปแล้วหรือ?”
ทว่าตอนนี้เองเป็นหวางเฟยเซวียนที่ยืนข้างต้วนหลิงเทียน พลันวูบร่างไปขวางทางพวกมันพี่น้องเอาไว้ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“แม่นางเฟยเซวียน ท่านคิดกล่าวอันใดอีก?”
ใบหน้าลั่วชานซีดลงปานศพ หากแต่มันก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพียงกล่าวถามกลับมาเสียงเข้ม