เสียงลั่วเหอดังจบไม่ทันไร พลันมีเสียงคุ้นเคยหนึ่งดังขึ้นในหูต้วนหลิงเทียน เป็นหวางเฟยเซวียน “พี่น้องสกุลลั่ว หากอาศัยพลังฝีมือส่วนตัวพวกมันเป็นเพียงยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญของวังนภา…ทว่ายามพวกมันร่วมมือผนึกกำลังกัน ผู้ที่พึ่งทะลวงผ่านเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดล้วนมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน!”
“ในวังนภา บรรดาศิษย์ที่พึ่งทะลวงผ่านเซียนขัดเกลาชั้นสูงสุดที่พ่ายแพ้พวกมัน… มีนับ 2 หลัก!”
วาจาที่ส่งผ่านปราณแรกกำเนิดมาประโยคท้ายของหวางเฟยเซวียน ยังมีน้ำเสียงจริงจังไม่น้อย
ขณะเดียวกันนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนพลันได้ยินเสียงคุ้นหูอีกหนึ่งเสียงดังขึ้นตามติด “ศิษย์น้องหลิงเทียน พวกมันกลับไร้ยางอายอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ…เจ้าไม่ต้องไปสนใจอะไรพวกมันหรอก”
กล่าวส่งเสียงผ่านปราณจบคำ กัวลู่ก็หันไปมองกล่าวกับลั่วชานเสียงดังฟังชัด “ลั่วชาน เจ้ายังกล้าเหลวไหลว่าจะเอาชนะศิษย์น้องหลิงเทียนด้วยการกลุ้มรุม? อายุของพวกเจ้าทั้ง 2 รวมกันแล้วก็เกินร้อย ข้าถามตรงๆหนังหน้าเจ้าฝึกยอดวิชาคงกระพันอันใดมา ถึงกล้าพล่ามวาจาไร้ยางอายคิดอาศัยการร่วมมือกับน้องชายกลุ้มรุมศิษย์น้องหลิงเทียน ที่อายุยังไม่ถึง 40 ปีออกมาโดยไม่อับอายผู้คน!?”
ทันทีที่กัวลู่กล่าวจบคำ ทุกสายตาบนลานศิลาก็หันไปมองพี่น้องสกุลลั่วด้วยสายตาแปลกๆทันที
“กัวลู่กล่าวมีเหตุผลนัก พี่น้องสกุลลั่วนับว่าไร้ยางอายเกินไป”