“ข้าคิดว่าพวกมันคงไม่อาจทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ เลยคิดจะอาศัยการกลุ้มรุมกู้หน้า!”
“เหลวไหลนัก! ไร้ยางอายเป็นที่สุด! พวกมันอายุรวมกันกว่าร้อย แต่คิดกลุ้มรุมคนอายุไม่ถึง 40? กลุ้มรุมมารดาของมันเถอะ!!”
……
หลายคนอดไม่ได้ที่จะกล่าวเสียดสี บ้างก็ตะโกนด่าออกมาอย่างไม่ไว้หน้า พาลให้สีหน้าของพี่น้องสกุลลั่วมืดดำปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก
แน่นอนว่าสายตาที่ทั้งคู่ใช้มองกัวลู่อีกครั้งตอนนี้ ก็เปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหารอำมหิตอาฆาต
หากไม่ใช่เพราะในลานศิลามีตัวตนที่ทรงพลังร้ายกาจเหนือพวกมันมากมาย และกฏเกณฑ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับเข้มงวดไม่อาจฝ่าฝืน พวกมันคงระเบิดพลังสังหารกัวลู่ทิ้งไปเสีย!!
“หลิงเทียน ข้ากล่าวบอกเจ้าไปแล้วว่าเจ้าสามารถปฏิเสธได้”
ลั่วชานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง
“หลิงเทียนหากเจ้าไม่กล้ารับคำท้า เจ้ามันก็แค่ตัวขี้ขลาดตาขาว”
“หลิงเทียน ถ้าเจ้าไม่กล้าสู้เจ้าก็ไม่นับว่าเป็นลูกผู้ชาย!!”
พร้อมกันนั้นเอง ก็มีเสียงสองเสียงส่งตรงถึงหูต้วนหลิงเทียน และมันมาจากพี่น้องสกุลลั่ว!
ที่ทั้งคู่ส่งเสียงกล่าวมาท้าทายแบบนี้ จุดประสงค์ของพวกมันล้วนชัดเจนนัก คิดยั่วยุให้เขามีโทสะ และรับคำท้าของพวกมันอย่างขาดสติ
“เหอะ”