หลังจากได้ยินเสียงที่ส่งมาท้าทาย ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหน้าไปมาเบาๆ ทว่าสีหน้าเขาเริ่มแข็งขึ้น แววตายังกลายเป็นเยือกเย็น มองกล่าวกับพี่น้องสกุลลู่เสียงดังฟังชัด “ต่อให้พวกเจ้าไม่ส่งเสียงมายั่วยุหมายทำให้ข้ามีโมโห ข้าก็ไม่คิดจะปฏิเสธคำท้าของพวกเจ้าแต่แรก อย่าได้เสียเวลาพล่ามให้มาก ในเมื่อพวกเจ้าอยากร่วมมือกันนักก็รีบๆเข้ามา!”
รีบๆเข้ามา!!
วาจาต้วนหลิงเทียนที่ดังออกคราวนี้ ยามผู้คนได้ยิน ยังรู้สึกไม่ต่างใดจากอัสนีบาตยามแล้ง ไม่มีการตั้งเค้าใดๆทั้งสิ้น!
คนส่วนมากไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆว่าต้วนหลิงเทียนจะกล้ายอมรับคำท้า ขอกลุ้มรุมของพี่น้องสกุลลั่ว!
“เจ้าทึ่มเอ๊ย! เจ้าวู่วามเกินไปแล้ว!!”
“ศิษย์น้องหลิงเทียน!!”
ทันใดนั้นเอง เสียงสองเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหูต้วนหลิงเทียนอย่างพร้อมเพรียง เป็นเสียงของหวางเฟยเซวียนและกัวลู่!
น้ำเสียงของทั้งคู่ยังเป็นกังวลไม่น้อย เพราะต่างคาดไม่ถึงจริงๆว่าต้วนหลิงเทียนจะตอบรับคำท้าของพี่น้องสกุลลั่วออกมาดื้อๆแบบนี้
“หลิงเทียน…กลับยอมรับคำท้าหรือ?”
“วู่วามเกินไปแล้ว!”
“นับว่าเขาวู่วามเกินไปแล้วจริงๆ พี่น้องสกุลลั่วไม่ว่าคนใดล้วนไร้เทียมทานในขอบเขตพลังเซียนขัดเกลาขั้นกลางของวังนภา…หากทั้งคู่ผนึกกำลังกันและอาศัยการส่งกระแสจิตสื่อสารของคู่แฝด ลงมือรุกรับสอดประสานไร้ช่องโหว่ กระทั่งเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดที่พึ่งทะลวงผ่านล้วนต้องแพ้พ่ายไปหลายต่อหลายคน…”