ในสายตาของนาง กระทั่งตัวนางที่บรรลุเซียนขัดเกลาขั้นต้น ต้วนหลิงเทียนยังไม่อยากจะร่วมมือด้วย…เช่นนั้นผู้ที่ต้วนหลิงเทียนอยากชวนมาร่วมมือ สมควรเป็นคนที่มีพลังฝีมือร้ายกาจเหนือนางแน่นอน!
สำหรับนางแล้วเรื่องนี้นับเป็นเรื่องดี!
‘ให้ตายเถอะ ไม่คิดเลยว่าเจ้าทึ่มมันมาอยู่วังนภาได้ไม่ทันไร จะมีสหายเป็นอัจฉริยะเซียนรุ่นเยาว์แล้ว…ดูเหมือนว่าในวังนภาผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปีและมีพลังฝีมือเหนือข้าก็มีอยู่ด้วยกันแค่ 2 คนเท่านั้นนี่นา…หรือหลิงเทียนจะให้ข้าไปชวนพวกมัน?’
เมื่อนึกถึงเรื่องีน้หวางเฟยเซวียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
หากเป็นเช่นนั้นจริง มิใช่นางจะมีต้นขาให้กอดถึง 3 ข้างแล้วหรือไร! โอกาสที่นางจะได้ครอบครองเวทย์พลังระดับสูงก็ยิ่งมีมากขึ้น!!
“หลิงเจี้ยนกับเริ่นเฟย”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบหวางเฟยเซวียน
วาจานี้ของต้วนหลิงเทียนพอดังเข้าหูหวางเฟยเซวียน ก็ไม่ต่างใดจากน้ำเย็นราดรดลงศีรษะของนาง พาลให้ใจที่ตื่นเต้นยินดีแป้วลงทันใด
หลิวเจี้ยนกับเริ่นเฟย 2 นามนี้ไม่ใช่นามแปลกหูนางแต่อย่างไร เพราะนางก็รู้จักทั้งคู่ กระทั่งเคยเจอหน้ากันอยู่บ้าง
แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เป็นแค่อัจฉริยะจากขุมพลังชั้น 4…
กระทั่งเริ่นเฟยที่ว่า…ครั้งหนึ่งยังตามวอแวหมายเกี้ยวนาง! แต่สุดท้ายก็ถูกนางทุบตีไล่ตะเพิดกลับไปจนไม่กล้ามายุ่งกับนางอีก!!
“เจ้า…เจ้ารู้จักพวกมันด้วยหรือ?”