นางไม่อาจเข้าใจได้จริงๆว่าไฉนชายเบื้องหน้าถึงต้องการร่วมมือกับหลิวเจี้ยนและเริ่นเฟย เพราะทั้งคู่นั้นพลังฝีมือยังไม่อาจสู้นางได้ด้วยซ้ำ รับทั้งคู่มาด้วยไม่เพียงไม่ช่วย ยังจะกลายเป็นถ่วงรั้งดั่งตัวภาระเสียอีก!
“ข้าไม่รู้จักพวกมันหรอก”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหน้าไปมา
หวางเฟยเซวียนหลงคิดว่าต้วนหลิงเทียนสมควรรู้จักทั้งคู่ดีแน่ๆ ถึงได้คิดชวนทั้งคู่มาเข้าร่วมกลุ่มตะลุยแดนลับเซียนไปด้วยกันแบบนี้…
แต่พอนางได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบว่าไม่รู้จัก นางถึงกับพูดไม่ออก “เจ้าไม่แม้แต่จะรู้จักพวกมัน แต่เจ้ายังคิดให้พวกมันมาเข้าร่วมกลุ่มเนี่ยนะ? นี่เจ้ารู้หรือไม่แม้พวกมันทั้งคู่จะเป็นอัจฉริยะจากคฤหาสน์คลื่นคลั่งและคฤหาสน์ข้ามฟ้า แต่พวกมันยังไม่แม้แต่จะทะลวงถึงเซียนขัดเกลา!”
“โดยเฉาะเริ่นเฟยนั่น มันก็แค่เซียนดั้งเดิมขั้นเชี่ยวชาญที่อ่อนด้อยเท่านั้น”
วาจาท้ายประโยคของหวางเฟยเซวียนเผยความรู้สึกยากยอมรับนัก
“ถึงแม้จะไม่รู้จักแต่พวกมัน แต่กล่าวได้ว่าข้าติดค้างอาวุโสของพวกมันอยู่ ข้าจึงคิดจะตอบแทนหนี้บุญคุณโดยการช่วยเหลือพวกมันทั้งคู่ในแดนลับเซียน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวต่อ “แน่นอนว่าเจ้าจะปฏิเสธการร่วมกลุ่มครั้งนี้ก็ได้…แต่ข้าจะบอกอะไรเจ้าไว้อย่าง ถ้าเจ้าปฏิเสธไม่อยากร่วมมือกับพวกมัน นั่นหมายความว่าเจ้าปฏิเสธไม่ร่วมมือกับข้าด้วยเช่นกัน”
ต้วนหลิงเทียนมอบทางเลือกให้หวางเฟยเซวียนแค่ 2 ทางเท่านั้น