ะไม่เหมือนกับที่เคยกิน ไม่รู้ว่าเพราะหิวโซหรือเป็นเด็กไม่เลือกกิน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้บ้วนออกมา
“ท่านพ่อ หยุดร้องแล้วจริง ๆ ด้วย!” จูเอ้อร์โล่งใจเมื่อเห็นอู๋เป่าหยุดร้องและเอาแต่กิน
“เด็กเล็กก็เป็นเช่นนี้กัน หากอิ่มท้องก็ไม่ร้องโยเย หากหิวก็ร้องงอแง” จูเหล่าโถวมองอีกฝ่ายพลางป้อนไปด้วย “เจ้าเองก็เหมือนกัน หลิวซื่อป้อนนมลูกมานานปานนี้ เจ้านอนอยู่ในห้องเดียวกันกลับไม่รู้ว่าอู๋เป่าตื่นกลางดึกเพราะหิวเลยหรือ?”
จูเอ้อร์ละอายใจเล็กน้อย จะบอกได้อย่างไรว่าแม้จะกลับไปนอนร่วมห้องกันแล้ว เขาก็ยังนอนแยกเตียงกับหลิวซื่อ
ถึงแม้ห้องจะเล็กจนไม่มีที่ให้วางอีกเตียง แต่ช่วงนี้อากาศร้อนจึงสามารถนอนบนพื้นได้
อยู่ในห้องเขายังไม่ต้องการเสวนาและเห็นหลิวซื่อ จะรู้ได้อย่างไรว่านางทำอะไรบนเตียงบ้าง
“ไม่แปลกที่แม่เจ้าจะโกรธ ถ้าเป็นข้าก็โกรธเช่นกัน อู๋เป่าใช่ว่าเพิ่งเกิดมา เขาโตขนาดนี้แล้วต้องกินหลายครั้งตอนกลางดึก เจ้าเป็นพ่อเสียเปล่ากลับนอนเป็นคนตายอยู่ข้าง ๆ ไม่ช่วยเหลือแล้วยังก่อเรื่องเพิ่มอีก…” จูเหล่าโถวกล่าว “เมื่อครั้งพวกเจ้ายังเล็ก หากข้ากล้าชักช้า แม่เจ้าได้ดุด่าข้าเปิงแน่”
จูเอ้อร์นึกภาพนั้นออกจึงนึกละอายขึ้นมา
“เรื่องหลิวซื่อ เจ้าถือสาจริงหรือ?” จูเหล่าโถวเห็นว่าป้อนใกล้หมดแล้วก็หันไปถามลูกชาย
จูเอ้อร์ “…”
ท่านพ่อ เลิกถามได้หรือไม่
ข้าถูก ‘ลงโทษ’ ให้เลี้ยงลูกก็เพราะเรื่องนี้
“เฮ้อ…” อีกฝ่ายถอนหายใจ “ค