ต้องกล่าวเลยว่า ทันทีที่ป๋ายลี่หงแค่นคำกล่าวออกมาครั้งนี้ ประหนึ่งมีเมฆคุ้มฝนคลั่งทั้งฟ้าฟาดอุบัติขึ้นในศีรษะของคนตระกูลซือถูแล้วจริงๆ!
หลังจากที่ทุกคนหวนคืนสู่สติ ก็ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่กล่าวคำออก เพียงหันหน้ามองสบตากันอย่างเงียบงัน ต่างเห็นซึ้งถึงความเหลือเชื่อจากแววตาอีกฝ่าย
“อะ…อวิ๋นคุนผู้นั้นตกตายแล้ว?”
“กระทั่งคนจากตำหนักเมฆาครามยังกล้าฆ่าฟัน? ยอดฝีมือลึกลับนั่นมิหวั่นหวาดความตายแล้วหรือ?”
……
คนของตระกูลซือถูย่อมไม่คิดคลางแคลงสงสัยในวาจาของป๋ายลี่หง เพราะเรื่องนี้ก็เปรียบดั่งกระดาษห่อไฟ ยากที่จะปกปิดไว้ได้นาน
ต่อให้วันนี้ป๋ายลี่หงกล่าวโป้ปด แต่เรื่องจริงก็ต้องปูดขึ้นมาในเวลาอันสั้น
อย่างไรเสียสิ่งที่ทำให้พวกมันตกตะลึงที่สุดไม่ใช่เรื่องที่อวิ๋นคุนผู้นั้นมาจากตำหนักเมฆาครามอันเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3…แต่เป็นเรื่องที่มีคนหาญกล้าฆ่าตัวตนเช่นนั้นต่างหาก! หรือผู้ลงมือไม่หวาดกลัวอำนาจของตำหนักเมฆาครามแล้วจริงๆ?
ตำหนักเมฆาครามคือมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ ที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดในภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า!
ไม่นานเหล่าอาวุโสของตระกูลซือถู ก็กล่าวถามป๋ายลี่หงสืบต่อว่าที่แท้ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…