ไม่ยอมให้เชิญท่านหมอมา…”
เย่อวี๋หรานหน้าเปลี่ยนสีทันควัน “ใครห้ามไม่ให้ไปเชิญเขามา! ชีวิตคนหรือความไม่สบายใจของเขาสำคัญกว่ากันเล่า?”
พูดจบนางก็สั่งให้จูอู่ไปเชิญหมอชาวบ้านมา ก่อนให้จูต้าเข็นนางไปเรือนหลังเก่า
นางได้ยินเสียงโหวกเหวกครู่หนึ่งแล้ว ทว่าฟังไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อคิดได้ว่าลูกชายโตกันหมดแล้ว หากไม่เรียกหานางก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทว่านึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น
“ท่านแม่ ข้าไปด้วย!” เรื่องใหญ่เพียงนี้ไฉนเลยจูปาเม่ยจะอยู่เฉย จึงขอตามไปด้วยทันที
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าและคนอื่น ๆ ก็ยกโขยงกันไปด้วย
“เอาละ พวกเจ้าไปกันให้หมด ถือเป็นการให้บทเรียนกับพวกเจ้า หากพวกเจ้าทำตัวหัวโบราณอย่างเจ้ารอง…” น้ำเสียงของเย่อวี๋หรานแฝงความเดือดดาล
ทันทีที่จูเอ้อร์เห็นนางก็กลัวขึ้นมา “ท่านแม่… ท่านแม่…”
“ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าแม่ ข้าไม่มีลูกชายโง่ ๆ อย่างเจ้า! คราวก่อนข้าให้เขียนจดหมายทบทวนตนเอง เจ้าได้เขียนเรื่องนี้มาหรือไม่?” นางเอ่ยขณะจ้องเขาเขม็ง
เขาก้มหน้างุดและไม่กล้าปริปากพูด นับประสาอะไรกับจะมองหน้านางได้
“เงยหน้าขึ้น!” นางขึ้นเสียงเล็กน้อย “ก้มหน้าทำไม! โตมาจนป่านนี้แล้ว เงยหน้ามาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้!”
เขาสะดุ้งเมื่อถูกตะโกนใส่และจำใจเงยหน้าขึ้น ทว่าเมื่อสบสายตาถมึงทึงของมารดาก็หวั่นกลัวและหลบตานาง
“ที่เมียเจ้าสี่บอกมานั้นจริงไหม? เพียงเพราะหมอชาวบ้านแตะตัวหลิวซื่อเพื่อรักษา