ยกเว้นผู้นำศาลเจ้า และนักพรตระดับสูง ต่างก็โมโหและโวยวายออกมาเช่นกัน
วาจาดูแคลนปรามาสนี้ของฉีจิ้งนับว่าสร้างความตกตะลึงให้ผู้คนทั้งหมดแล้วจริงๆ!
เพราะนี่เป็นการล่วงเกินและท้าทาย 2 ขุมพลังชั้น 5 อย่างศาลเจ้าชุนหยางและวัดฟ่านเทียนโดยตรง!
แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ที่ฉีจิ้ง อันมีภูมิหลังเป็นนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างฉีจิ้งจะกระทำเช่นนี้
แต่ปัญหาคือเมื่อฉีจิ้งกล่าวออกมาแล้วแบบนี้ ถ้าหลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อไม่รับคำท้าประลอง ย่อมกลายเป็นยอมรับว่าวัดฟ่านเทียนกับศาลเจ้าชุนหยางล้วนเป็นสัดใส่ข้าวที่ใช้การมิได้แล้วจริงๆ!
“อาตมาตกลง!”
“ข้าตกลง”
ดังนั้นแล้วภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว หลวงจีนลายบุปผากับจิ้งชวีจื่อก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ!
อย่างไรก็ตามในขณะที่กล่าวคำยอมรับ ใบหน้าทั้งคู่ล้วนบิดเบี้ยวไปด้วยโทสะอารมณ์ แววตาที่ใช้มองฉีจิ้งยังเต็มไปด้วยความดุร้าย เอาเรื่อง!
พวกมันตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ถึงแม้พวกมันจะฆ่าฉีจิ้งไม่ได้ แต่พวกมันจะมอบบทเรียนที่ฉีจิ้งจะจดจำไว้ไม่มีวันลืม! ให้อีกฝ่ายล่วงรู้ว่าไฉนบุปผาถึงมีสีแดง!!
ฉีจิ้งยั่วยุเหยียดหยามพวกมัน พวกมันทานทนรับได้!
ทว่าฉีจิ้งกลับล่วงเกินขุมพลังที่ชุบเลี้ยงพวกมันมาแบบนี้ พวกมันทานทนไม่ได้!