ทันใดนั้น หูของต้วนหลิงเทียนก็สะท้านไปทันใด เป็นเสียงตะโกนผสานปราณแรกกำเนิดของฉีเสิ่นที่ส่งมา! น้ำเสียงยังไม่ขาดการคุกคามข่มขู่แม้แต่น้อย!!
“ปัญญาอ่อน!”
ได้ยินเสียงที่ส่งมาของฉีเสิ่น ต้วนหลิงเทียนพลันด่ามันออกมาตรงๆ “กระทั่งตอนนี้เจ้ายังกล้าส่งเสียงมาขู่ข้าอีกงั้นเหรอ อาวุโสหลักของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องช่างใหญ่โตนัก!!”
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา ไม่เพียงแต่สีหน้าเริ่นจงกับหลิวหงกวงจะกลายเป็นอัปลักษณ์ กระทั่งผู้ชมยังลุกฮือขึ้นมา
นอกจากคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องแล้ว ตอนนี้คนอื่นๆต่างมองฉีเสิ่นด้วยสายตาเย็นชาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดการรังแกกันขึ้น โดยมากแล้วผู้คนมักจะเห็นใจและเข้าข้างผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างไม่รู้ตัว และตอนนี้ต้วนหลิงเทียนก็เสมือนผู้อ่อนแอที่ว่า…
“อาวุโสเสิ่นขอขมาน้องชายลี่เฟิงและตัดแขนข้างหนึ่งของตัวเองออกเสีย…หาไม่แล้วพวกเราจะลงมือเอง อีกทั้งยังจะตัดสิทธิ์คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจากการประลองยอดนักรบครั้งนี้หากท่านไม่ขอขมาน้องชายลี่เฟิง!!”
หลิวหงกวงพลันก้าวไปข้างหน้าและกล่าวกับฉีเสิ่นอย่างไม่เกรงใจ
นี่คือผลของการหารือกับเริ่นตง
ขณะเดียวกันทางด่านเริ่นจงก็ลอบสังเกตท่าทีของต้วนหลิงเทียน พอเห็นว่าเขามีสีหน้าผ่อนคลายลง มันก็สัมผัสได้ว่าต้วนหลิงเทียนพึงพอใจกับการตัดสินครั้งนี้ ทำให้มันโล่งใจไม่น้อย