“ทำไมท่านถึงเป็นเช่นนี้ บอกให้มานั่งนี่ ข้าจะทายาให้” หลิวซื่อฉุนเฉียวเล็กน้อย นางอุตส่าห์ไปเอายามาทาให้เขา แต่เขากลับอวดดีและไม่ไว้หน้านางด้วยซ้ำ
จูเอ้อร์นิ่งเงียบ
นางไม่มีทางเลือกนอกจากขยับตัวเข้าไปหา
นึกไม่ถึงว่าทันทีที่นางเดินไปนั่ง เขาจะเบี่ยงตัวหนี
นางพลันโมโหแล้วกระแทกถ้วยยาลงกับโต๊ะ “ท่านหมายความว่าอย่างไร จูซุ่นเหวย พูดมาให้กระจ่าง ยังคิดถึงนังจิ้งจอกนั่นอยู่หรือ?”
“ข้าจะบอกท่านให้ ข้าเป็นเมียคนเดียวของท่าน!”
“นางหลอกลวงท่าน ท่านไม่ต้องการเมียที่ดี แต่ยังคิดถึงนาง นี่หมายความว่าอย่างไรกัน? หากท่านไม่ชอบข้าก็บอกมา ใช่ว่าข้าเหนี่ยวรั้งท่านเอาไว้”
……
คำว่า ‘หลอกลวง’ ทำให้เขาสะเทือนใจอยู่บ้าง ทว่าถึงกระนั้นก็ยังไม่มีท่าทีตอบสนอง
ในสายตาของหลิวซื่อ มันเป็น ‘หลักฐาน’ ชี้ชัดว่าเขามีใจให้เปี้ยนชิวอิ่ง นางจึงโกรธจนกระทืบเท้าปึงปัง
เดิมทีคิดว่าเมื่อแม่สามีกลับมาจัดการกับนังจิ้งจอกแล้วเขาจะกลับมาอยู่กับนางได้ ที่ไหนได้ นังจิ้งจอกจากไปแล้วแต่เขากลับยังคิดถึงไม่เลิก ต่อให้ย้ายกลับมานอนร่วมห้องแล้วก็ยังไม่ยอมแตะต้องนางแต่อย่างใด
แม้กระทั่งยามนอนหลับ เขาก็ยังเลือกนอนพื้นแทนที่จะร่วมเตียงกับนาง
นางชอกช้ำแทบน้ำตาตก เรื่องส่วนตัวเช่นนี้ นางอับอายเกินกว่าจะกล้าโพนทะนาให้คนนอกรับรู้
“จูเอ้อร์ ข้ารู้ว่าข้าไม่ได้สาวไม่ได้สวยอย่างนังจิ้งจอกนั่น ออดอ้อนก็ไม่เก่งเท่านาง แต่ข้าก็เป็นเมียท่าน ข้าคลอ