ในขณะที่หานเฉวี่ยไน่ส่ายหัวไปมาคล้ายจะบอกว่าต้วนหลิงเทียนยังไม่ได้ออกจากการปิดด่าน พลันมีเสียงหนึ่งดังแจ้งขึ้นมาจากด้านนอก “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ นายน้อยหลิงเทียนต้องการพบท่านเจ้าค่ะ”
เป็นเสียงของสตรีรับใช้ท่ำหน้าที่เฝ้าประตูนั่นเอง
“พี่ใหญ่หลิงเทียนออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?”
สองตาหานเฉวี่ยไน่ทอประกายสว่างจ้าขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำรายงาน “รีบเชิญพี่ใหญ่เข้ามาเร็ว!”
“ดูเหมือนว่าข้ายังมีโชคไม่น้อย”
หานเจิ้งเทียนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ขณะเดียวกันลึกลงไปในแววตาของมันก็เผยประกายสว่างเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง คล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
เมื่อต้วนหลิงเทียนเข้ามาจนเห็นหานเฉวี่ยไน่ เขาก็สังเกตเห็นว่านางมีแขกอยู่อีกคน
ชายวัยกลางคนแลดูสง่าผ่าเผยคนนี้ ทั่วร่างเผยแรงกดดันให้เขาสัมผัสได้ระดับหนึ่ง…หากเป็นเดือนที่แล้ว แรงกดดันจากกลิ่นอายพลังของชายวัยกลางคนผู้นี้คงสะกดข่มเขาได้แน่ เพราะกลิ่นอายพลังของชายวัยกลางคนผู้นี้นับว่าเหนือกว่ากลิ่นอายพลังทั้งหมดที่เขาเคยพบพานมาก่อน
กระทั่งชิงหนู และเจ้าเมืองคลื่นขจียังไม่มีกลิ่นอายพลังแข็งกล้าขนาดนี้
กระทั่งกลิ่นอายพลังของตี้จิ่ว มังกรเทพยาดาสีทอง 5 กรงเล็บนั่นก็ยังด้อยกว่า! ส่วนกลิ่นอายพลังของสตรีลึกลับพี่สาวฝาแฝดของเค่อเอ๋อ…เขามิอาจจับสัมผัสใดๆได้เลย!