พี่ชายนางหัวเราะพลางเกาศีรษะแกรก ๆ “บางทีพี่สะใภ้เจ้าคงกลัวว่าเจ้าจะลำบากใจหากนางนำเงินมาให้เอง นางให้ยืมเช่นนี้เจ้าย่อมรีบชดใช้คืน แต่หากข้าให้เจ้ายืม เจ้าสามารถทยอยคืนได้”
หลี่ซื่อ “…”
เป็นจริงดั่งคำของเขา หากพี่สะใภ้เป็นคนนำเงินมาให้ เกรงว่านางคงต้องกำหนดวันคืนเงินให้ชัดเจน ทว่าหากหยิบยืมจากพี่ชาย…
ถ้อยคำเหล่านี้ย้ำเตือนให้นางต้องสัญญากับพี่ชาย
“ท่านพี่… ข้าต้องคืนเงินก้อนนี้ให้ท่านในสักวันแน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลไป ก่อนปีใหม่ข้าจะใช้คืนให้ส่วนหนึ่งก่อน ที่เหลือข้าจะคืนให้ท่านปีหน้า”
เขาโบกมือ “ไม่ต้องรีบ ๆ ตอนนี้เราไม่ได้ร้อนเงิน ข้าไม่คิดว่าปีหน้าเราจะมีปัญญาซื้อที่ดินหรอก เจ้าช่วยเราเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ หลายปีข้างหน้าเมื่อเราต้องการซื้อที่ดินเมื่อใดเราจะไปยืมจากเจ้า”
ว่าจบนางก็เข้าใจเจตนาของพี่สะใภ้ พวกเขาเองก็ตั้งใจจะซื้อที่ดินเช่นกัน
เพียงแค่พี่สะใภ้รู้ดีว่าด้วยกำลังของสกุลหลี่อาจยากที่จะซื้อที่ดิน ทว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วมีนางคอยช่วยเหลือ มันคงจะง่ายดายขึ้นมาก
ผู้ที่ให้นางหยิบยืมเงินคือพี่ชาย คนที่หยิบยืมเงินของนางในเวลานั้นก็คือพี่ชายนาง แล้วนางจะ
‘ปฏิเสธ’ เขาได้อย่างไร
หลี่ซื่อตอบตกลงโดยไม่ทักท้วงอีก
แม้ว่าพี่สะใภ้จะเหลี่ยมจัดไปบ้าง แต่นางก็รู้สึกยินดีเมื่อคิดถึงครอบครัวเล็ก ๆ ของพี่ชายและพี่สะใภ้ ในภายภาคหน้าพวกเขาก็จะมีความเป็นอยู่ดีขึ้นไม่ใช่หรือ?
การซื้อที่ดินทำให้ครอ