กัน แต่ละฝ่ายก็ยังมีส่วนของตนเอง เพียงแต่ในสายตาของผู้คนนั้นต้อง ‘แบ่งสรร’
ส่วนจะแบ่งสรรรอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเย่อวี๋หราน
ทุกปีในวันเก็บเกี่ยว สำนักศึกษาสกุลเสินต้อง ‘ปิดภาคเรียนสารทฤดู’
ช่วงนี้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าว่างเว้นจากการทำการบ้านที่อาจารย์เสินมอบหมาย พวกเขาวิ่งเล่นเท้าเปล่าไปทั่วหมู่บ้าน โดยพาน้องชายสองคนอย่างซานเป่ากับซื่อเป่าติดสอยห้อยตามไปด้วย
เพราะพวกเขาอ่านออกเขียนได้ เด็กทุกคนในหมู่บ้านจึงเชื่อฟังและทำตามคำของพวกเขาทุกอย่าง
“ต้าเป่า เจ้าเก่งมา แม่ข้าบอกว่าต่อไปเจ้าจะได้เป็นซิ่วไฉเหมือนอาเจ็ดของเจ้า!”
“ต้าเป่า เรียนหนังสือสนุกหรือไม่?”
“ถึงอย่างไรก็สบายกว่าทำไร่ทำนา ไม่เหมือนเราที่ต้องทำงานแบบนั้น”
……
สหายตัวน้อยต่างพากันอิจฉาและรู้สึกว่าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าได้ใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
ต้าเป่าย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขาริษยาจึงบอกพลางยิ้ม “จะพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ทำงานก็ลำบากแบบหนึ่ง เล่าเรียนก็ลำบากอีกแบบหนึ่ง”
เขาเล่าว่าตนกับเอ้อร์เป่าต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน ต้องเรียนรู้คำศัพท์มากมายแค่ไหน ต้องเขียนคำศัพท์เยอะเพียงใด ต้องจดจำหลากหลายสิ่ง ต้องตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก
และยังพยายามสอนหนังสือให้พวกเขาด้วย
“หากอาจารย์สอนแล้วเจ้าจำไม่ได้จะถูกตีหรือไม่?” หนึ่งในสหายตัวน้อยผายมือขณะถามด้วยความสงสัย
ช่วยไม่ได้ ต้าเป่าสอนพวกเขาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทุกคนต่างจดจำได้หมด มีเพ