ัน?” ทีแรกหลินซื่อไม่ต้องการรับไว้
“พี่รอง ท่านรับไว้เถิด” หลินซานเม่ยเอ่ย “หากไม่ได้ท่าน ข้ากับซื่อเม่ยคงไม่รู้ว่าต้องไปอยู่ที่ไหนแล้ว ท่านต้องรับเงินนี้ไว้ ที่ดินนี้ไม่ได้เป็นเพียงของท่าน แต่ข้ากับซื่อเม่ยก็มีส่วนแบ่งด้วย”
“พี่รองอย่าได้เข้าใจผิด เราไม่ได้พยายามจะยึดที่ดินของท่าน” หลินซื่อเม่ยอธิบาย “เพียงแค่ซานเม่ยกับข้าโตขึ้นทุกวัน อีกไม่กี่ปีก็จะแต่งงาน ข้ากับนางจึงต้องสั่งสมสินเดิมเอาไว้ ถึงยามนั้นเราจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้บ้าง…”
หลินซื่อตาแดงพลางกุมมือน้องสาวทั้งสอง “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจทุกอย่าง ครั้งนี้ข้าหยิบยืมจากเจ้า ถึงราวนั้นข้าจะชดใช้ให้เจ้าเป็นเท่าตัว ขอบใจเจ้ามาก!”
บรรดาลูกสะใภ้จะเอาเงินจากไหนมาซื้อที่ดิน เย่อวี๋หรานไม่ก้าวก่ายและไม่ต้องการก้าวก่าย
ของใครของมัน จะจัดการอย่างไรก็ตามแต่ใจ นางไม่อาจบงการเรื่องส่วนตัวได้
หากนางต้องการควบคุม คงไม่ให้เหล่าลูกสะใภ้เก็บเงินส่วนตัวเอาไว้ตั้งแต่แรก
ยุคนี้ต่างจากยุคปัจจุบันที่นางจากมา ซึ่งการหย่าร้างทำให้เกิดปัญหาการแบ่งสินสมรส ทว่ายุคนี้ผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งจะมีมลทินติดตัวและถูกสังคมเหยียดหยาม
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีสตรีคนใดต้องการหย่าร้าง
อย่างจูเอ้อร์เม่ยในตอนนั้นที่เลิกรากับเหล่าเฉียนก็จำต้องกลับมา ‘ก่อเรื่องวุ่นวาย’ ที่บ้านแม่ ภายหลังเย่อวี๋หรานจึงแก้แค้นเอาคืน
เงินส่วนตัวที่นำมาซื้อที่ดิน ภายหลังต่อให้เลิกรา