“เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าท่านบอกแล้วหรือว่านางลงนามสัญญาทำกิจการกับท่านอย่างจริงจังแล้ว เช่นนั้นก็อธิบายให้นางเข้าใจเสียหน่อย นางน่าจะพิจารณาในระยะยาวมากกว่าท่าน” เย่อวี๋หรานกล่าว “ขอเพียงกิจการของพวกท่านเป็นไปได้ดี นางร่วมมือกับพวกเรา เช่นนั้นหลังจากนี้ร้านค้าภายใต้ชื่อของนางก็ไม่ต้องกังวลเรื่องช่องทางการขายแล้ว มีเงินก็ทำสิ่งที่ต้องการได้”
“ความหมายของจูต้าเหนียงคือ ขอเพียงนางร่วมมือทำการค้ากับพวกเราก็พอแล้วหรือ?” นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้หรือ? แต่เมื่อครู่เหตุใดจูต้าเหนียงจึงมีท่าที ‘ไม่เห็นด้วย’ เล่า?
“นั่นก็ต้องดูว่าร่วมมือกันอย่างไร นางคงคิดในระยะยาวกว่าท่าน ดังนั้นคงไม่อยากเอาเปรียบท่าน ควรจะทำสัญญาอย่างไรก็คงไม่เหมือนของท่านที่คิดเพียงอยาก ‘ช่วยเหลือ’ คนอย่างเดียว ไม่เอากำไรแม้แต่น้อย กำไรได้กี่มากน้อยก็ให้ไปเท่านั้น…ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า? หากท่านต้องการทำการค้าขายในระยะยาวไม่ใช่การช่วยเหลือในระยะสั้น แน่นอนว่าต้องทำตาม ‘กฎเกณฑ์’ หากไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่อยู่ในกรอบ จะทำอันใดในระยะยาวได้อย่างไร?” ความหมายแฝงของเย่อวี๋หรานก็คือ หากฮูหยินเจี่ยต้องการร่วมธุรกิจกับพวกเขา จะต้องให้แบ่งผลประโยชน์ออกมาส่วนหนึ่ง
ล้อกันเล่นหรือ? คิดจะมายืมช่องทางของพวกเขาทำเงิน แล้วจะไม่แบ่งเอาผลกำไรบางส่วนออกมาทั้งยังคิดจะจับเสือมือเปล่าอีกหรือ?
นับว่าโลกสวยเกินไปแล้ว
เดิมทีเป็นพี่เป้าโน้มน้าวเย่อวี