ท่านมีความสัมพันธ์ต่อกันจริงหรือ? พัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว!?”
“ไม่ใช่ จูต้าเหนียง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ากับฮูหยินเจี่ยบริสุทธิ์ใจต่อกันจริง ๆ ข้าชอบนางแต่นางไม่รู้ ก่อนหน้านี้นางเคยช่วยข้าไว้ ขอเพียงเพื่อ ‘ตอบแทนบุญคุณ’ ให้นางได้ก็พอใจแล้ว” พี่เป้ารีบแก้ต่างด้วยเกรงว่าเย่อวี๋หรานจะเข้าใจผิด
“เช่นนั้นเรื่องที่ท่านกับนางไปมาหาสู่กันมีกี่คนที่รู้เรื่องหรือ?”
“มีไม่กี่คน ทุกครั้งที่ข้าไปหานางล้วนมีเหตุมีผล อีกทั้งนางคือ ‘ฮูหยินเจี่ย’ ที่ไม่รู้ความในใจของข้าหากไม่มีเรื่องใดก็จะไม่มาเจอข้า”
เย่อวี๋หราน “…”
พูดเช่นนั้นก็ยังไม่แน่ นายหญิงที่สูงส่งของครอบครัวซึ่งต้องสามารถจัดการครอบครัวใหญ่ถึงเพียงนี้ได้ นางจะไม่หูตาไวได้อย่างไร?
พี่เป้ามีความคิดละเอียดอ่อน เกรงว่าอาจถูกคนจับไว้ในกำมือนานแล้ว
ไม่รู้ว่าฮูหยินเจี่ยผู้นี้ตกลงแล้วเป็นคนอย่างไรอีกด้วย
พูดมาถึงตรงนี้ก็คาดไม่ถึงว่าพี่เป้าจะยัง ‘ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ซ้ำ’ ใส่นาง ที่แท้พี่เป้าก็ไม่เพียงแต่ปิดบังนางเรื่องของเปี้ยนชิวอิ่ง แต่ยังปิดบังกิจการในร้านค้าของนางด้วย ซึ่งก็คือเรื่องที่ให้ฮูหยินเจี่ย ‘ร่วมหุ้น’ ภัตตาคารด้วย
ก่อนหน้านี้ที่ให้จูอู่ไปตรวจสอบเรื่องปัญหาบัญชีรายรับรายจ่าย ทั้งหมดล้วนเกี่ยวพันกับฮูหยินเจี่ย
“ช่องโหว่ในสกุลเจี่ยใหญ่เกินไปแล้ว ยามนี้นางยากจนถึงขั้นต้องขายสินเดิม” พี่เป้าถอนหายใจพลางกล่าว “ข้าทนดูต่อไปได้เสียที่ไหน จึงเป็นฝ่ายบ