“หากได้ผลผลิตมากกว่าปีก่อนก็นับว่าดี เช่นนั้นก็ดีมากจริง ๆ” คนด้านข้างกล่าว “บ้านพวกเราปีนี้ปลูกมันเทศไม่น้อย หากมีพื้นที่รกร้างที่สามารถเปิดเพื่อปลูกมันเทศได้ ข้าก็ล้วนเปิดหมดแล้ว”
“หากเป็นพื้นที่รกร้าง เช่นนั้นก็ไม่ต้องคิดแล้ว” จูจยายิ้ม “พื้นที่รกร้างของครอบครัวใดใช้ปลูกสิ่งใด เมื่อปลูกแล้วก็จะออกผลผลิตดีหรือ? หลังจากปลูกไประยะหนึ่ง หากดูแลดินให้ดีก็จะสามารถค่อย ๆ เก็บเกี่ยวได้”
“เช่นนั้นก็ดีกว่าไม่ปลูกอะไรเลย มันเทศก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งอื่น มันไม่เลือกดิน ไม่ว่าจะใช้ดินแย่ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวได้…ที่สำคัญคือมันปลูกง่าย กิ่งก้านเติบโตได้”
ผู้ที่มีความคิดเช่นนี้ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว ดังนั้นในหมู่บ้านสกุลจูภายใต้สถานการณ์ที่เพาะปลูกเองได้ จึงมีคนไม่น้อยที่เพาะปลูกในพื้นที่รกร้าง
ถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจูก็พูดกับพวกเขาชัดเจนแล้วว่า หากยังอยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ ทางด้านจูต้าเหนียงก็จะรับไว้ ทว่าหากเกินกว่าขอบเขตจำนวนที่กำหนด พวกเขาก็ต้องหาวิธีเอง
แม้จูต้าเหนียงจะรวบรวมมันเทศช่วยให้ทุกคนได้เงิน แต่ก็ไม่อาจ ‘ทำการค้าที่ขาดทุน’ ได้ไม่ใช่หรือ?
วันนี้ซื้อที่ดินแล้ว คนในหมู่บ้านไม่ได้มีความเห็นใด แต่ละคนมีความสุขยิ่ง “รู้แล้ว ผู้อาวุโส ท่านว่าอย่างไรก็ตามนั้น”
เวลานี้หัวข้อการพูดคุยของคนหมู่บ้านสกุลจูจึงเปลี่ยนเป็น “ครอบครัวเจ้าเก็บเกี่ยวมันเทศได้กี่มากน้อ