ย?”
“ครอบครัวข้าเก็บเกี่ยวได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกหาบไปเสียเยอะ แล้วบ้านเจ้าเล่า?”
“บ้านข้าก็ถูกหาบไปไม่น้อย เดาว่าไม่ต่างกับบ้านเจ้านักหรอก”
……
สุดท้ายแล้วไม่ต่างกันแบบโกหก หรือไม่ต่างกันจริง ๆ ก็มีเพียงพวกเขาเองที่รู้
ถึงอย่างไรไม่ว่าจะกี่หาบ ทว่าตั้งแต่ห้าหกถึงแปดเก้าหาบ ช่องว่างระหว่างนี้ก็นับว่าใหญ่ยิ่ง
การเก็บเกี่ยวมันเทศของหมู่บ้านสกุลจู ไม่ว่าจะเป็นนายท่านผู้เฒ่าซุนหรือพี่เป้าก็ล้วนต้องการมาสักครั้ง คนหนึ่งเพื่อมาดูสถานการณ์ อีกคนเพื่อมา ‘แสดงความยินดี’ นับวันยิ่งเก็บเกี่ยวได้ดี พูดได้ว่าพวกเขายิ่งเก็บเกี่ยวมันเทศได้มาก เมื่อถึงเวลาที่ขายมันเทศก็จะยิ่งมีอาหารให้กินมากขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า…จูต้าเหนียง ท่านไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่ข้าทำการค้ามา แทบจะมีไม่กี่คนที่มากินข้าวที่ร้านแล้วไม่สั่งแป้งมันเทศ” พี่เป้ากล่าว “ไม่มีทางเลือกเพราะของสิ่งนี้มีเพียงที่ร้านของพวกเรา หาที่อื่นไม่ได้ อยากกินก็ต้องมาซื้อที่พวกเรา”
นายท่านผู้เฒ่าซุนก็แสดงท่าทีเช่นเดียวกัน เขาเปิดร้านสาขาที่อื่นเพราะแป้งมันเทศรวมถึงพะโล้เพื่อดึงดูดคน ทำให้การค้าดีเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคิดจะขโมยสูตรในร้าน แต่ของสิ่งนี้ล้วนได้รับ ‘เข้ามา’ จากเย่อวี๋หราน ของกึ่งสำเร็จรูปเช่นนี้ คนอยากจะขโมยก็ไม่อาจขโมยได้
“ลูกค้ามากินที่ร้านทั้งยังไม่สั่งเพียงแค่แป้งมันเทศ จะกี่มากน้อยก็ยังสั่งอย่างอื่นด้วย ด้วยของพวกนี้ก็ทำให้ข้ารับรายได้เพียงพอ