แล้ว” นายท่านผู้เฒ่าซุนยังยกของอย่างอื่นในร้านขึ้นมาพูดด้วย
บางครั้งคนจะมากินของที่ร้านหรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าของในร้านมีอะไรบ้าง
มีอาหารขึ้นชื่อจะยังต้องกังวลว่าคนอื่นจะไม่มาร้านอีกหรือ?
เย่อวี๋หรานสังเกตเห็นว่าสายตายามที่นายท่านผู้เฒ่าซุนและพี่เป้าพูดเรื่องนี้สั่นไหวอยู่บ้าง
หรือจะประหม่าอยู่?
แต่นางไม่ได้พูดอันใด เพียงเผยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า “สถานการณ์ดีเช่นนั้นพวกเราร่วมมือกันทำการค้าก็ต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน ข้าได้รายได้ ท่านได้รายได้ เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว”
“ไม่ใช่แค่ ‘ได้ประโยชน์ร่วมกัน’ กระมังจูต้าเหนียง คำนี้เป็นคำสรุปที่ดีมากจริง ๆ”
……
นอกจากความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย วันนี้ก็ยังนับเป็นวันที่พูดคุยอย่างมีความสุข
ถึงเวลามา ทั้งสองคนก็มา ถึงเวลาต้องไป ทั้งสองคนก็ต่างฝ่ายต่างไป ไม่รู้พี่เป้าจงใจหรือไม่ ยามที่นายท่านผู้เฒ่าซุนไป เขาก็ยังยืนอยู่ข้างนอกครู่หนึ่ง
“พี่เป้า?” เย่อวี๋หรานเห็นเขาหันกลับมาก็เผยสีหน้าแปลกใจ
“จูต้าเหนียง ข้ามีเรื่องต้องพูดกับท่าน” พี่เป้ามองไปรอบด้าน กล่าวอย่างเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง “พูดกับท่านตามลำพัง”
เย่อวี๋หรานพยักหน้าเล็กน้อยให้จูอู่ไปพักผ่อนเสียก่อน
“ท่านแม่ ข้าจะอยู่ข้างนอก มีเรื่องอันใดก็เรียกข้านะขอรับ” จูอู่รู้สึกไม่วางใจอยู่บ้างจึงกล่าวเพิ่มอีกประโยค
ไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้เขาพบว่าพี่เป้ามีเรื่องปิดบังพวกเขาไม่น้อยเล่า?
เย่อวี๋หรานแ