พูดไปพูดมาก็มีคนถามเรื่องขาของเย่อวี๋หรานขึ้นมา
“จริงสิ ได้ยินว่าจูต้าเหนียงขาพิการเดินไม่ได้แล้ว เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“จริง!” เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูผู้นี้หาได้ปิดบัง กล่าวต่อไปว่า “ยามนี้กำลังหาตำรับยาจากทุกหนแห่ง พวกเราก็ช่วยรีบหาอยู่เช่นกัน ถ้ามีตำรับยาดี ๆ ก็ล้วนเอากลับไปให้จูต้าเหนียงลองใช้ดู หากรักษาหายก็นับว่าเป็นคุณงามความดีครั้งใหญ่ของพวกเราเช่นกัน”
“คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับจูต้าเหนียง..” คนพูดอดทอดถอนใจไม่ได้
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้มุทะลุดุดันโหดร้ายมามากว่าครึ่งชีวิต พอแก่ตัวแล้วก็เห็นว่าสงบจิตสงบใจลงแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาพบเจอเรื่องเช่นนี้
ก็ไม่รู้ว่าควร ‘ยินดีใจในความโชคร้ายของผู้อื่น’ มองเป็นเรื่องน่าขัน หรือควรจะเห็นใจนางดี
“แต่ไม่ใช่ว่ายามนี้ครอบครัวของพวกเขามีแม้แต่ข้ารับใช้ที่ซื้อมาดูแลจูต้าเหนียงแล้วหรือ?” เจ้าหน้าที่ทางการของหมู่บ้านสกุลจูทอดถอนใจ “หากนางไม่ซื้อ ข้าก็ว่าจะซื้อแทนนางแล้ว ยามนี้จูต้าเหนียงเป็นบ่อเงินบ่อทองของหมู่บ้านพวกเรา ทุกคนจะมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับนาง หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนาง พวกเราคงตกใจตายเป็นแน่…”
ได้ยินคำว่าจะเกิดเรื่องอันใดกับเย่อวี๋หรานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ‘รายได้’ ของทุกคน ในใจของทุกคนก็ล้วนเต้นรัวขึ้นมา…ไม่ได้ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับจูต้าเหนียงก็ไม่มี ‘แหล่งขุมทรัพย์’ ของพวกเขาแล้ว
ไม่ได