เจ้าหน้าที่ทางการไม่แปลกใจนักที่สกุลจูต้องการซื้อที่ดิน ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้พวกเขาก็เปรยไว้ว่าจะรอให้เย่อวี๋หรานกลับมา ‘จัดการ’
สิ่งที่หารือกันคราวนี้เป็น ‘รายละเอียด’
ไม่ใช่เพียงสกุลจูที่ซื้อที่ดินได้ ชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลจูคนอื่นก็ซื้อได้เช่นกัน ต่อให้มีเงินไม่เพียงพอก็ยังขอผ่อนผันได้ เมื่อมันเทศที่บ้านผลผลิตดีค่อยหักเงินจากค่ามันเทศที่ขายได้ แม้ต้องใช้เงินแลกกับที่ดินก็ไม่มีคนโง่ที่ไหนปฏิเสธ
“ครอบครัวของเจ้าก็ซื้อที่ดินด้วยหรือ?”
จูเหล่าโถวไปเยี่ยมแล้วถูกพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูลากเข้าบ้านไปถามด้วยความสงสัย
ช่วยไม่ได้ เรื่องใหญ่เช่นนี้ย่อมรู้กันทั้งหมู่บ้าน
ทุกครอบครัวสามารถซื้อที่ดินได้ และยังมีที่ดินในหมู่บ้านเพียงพอให้ทุกคนซื้อได้ครอบครัวละหนึ่งหมู่ หากต้องการซื้อเพิ่มจะต้องออกเงินเอง มีเพียงผู้ที่ไม่มีเงินจะซื้อที่ดินสักหมู่ที่จะได้รับการช่วยเหลือออกเงินให้ก่อน ในขณะที่ทุกคนพากันพูดถึงการซื้อที่ดิน พวกเขายังไม่ลืมกล่าวถึงเรื่องที่สกุลจูซื้อที่ดินมากที่สุดและเป็นที่ดินทำเลดีที่สุดอย่างน้อยสิบหมู่
“สกุลจูต้องรวยเละแน่!”
“ใช่แล้ว พวกเขามีทั้งปัญญาชนและเจ้าของกิจการแล้วจะทำเงินไม่ได้ได้อย่างไร ได้ยินมาว่าเจ้าเจ็ดไม่ได้ออกเงินค่าเล่าเรียนเอง แต่ว่าเป็นเงินทุนของทางการ”
“ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้ซื้อที่ดินได้มากมายนัก”
……
น้ำเสียงริษยาดังขึ้นเป็นระยะ พวกเขาย่อมไม่ลืม