ที่มาพร้อมกันกับหานเฉวี่ยไน่กับเจ้าตัวเล็กทั้ง 3 ก็คือชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บนหลังสัตว์ร้ายตัวมหึมา มันคือมู่อี้ เป็นดั่งบิดาคนที่สองของหานเฉวี่ยไน่ก็ไม่ปาน เพราะอีกฝ่ายนับถือเป็นพี่น้องกับบิดาของนาง
ในคฤหาสน์คลื่นขจีสกุลหาย มียอดฝีมือที่ร้ายกาจที่สุดอยู่ 3 คน
นอกจากอาวุโสสูงสุด กับบิดาของหานเฉวี่ยไน่แล้ว ก็มีมู่อี้ผู้นี้ที่เป็นผู้ฝึกสัตว์!
แถมมู่อี้ยังเป็นบิดาของสหายอันดีที่เล่นกับเฉวี่ยไน่มาตั้งแต่ยังเล็ก มู่เฉวี่ยอี
หลังจากที่พบว่าเกาะป้านเยว่ไม่มีอยู่แล้ว เสี่ยวจิน เสียวเฮยและเสี่ยวไป๋ก็ร้องไห้ออกมาน้ำตาไหลพราก พวกมันอยู่เกาะป้านเยว่แห่งนี้มาพักใหญ่ย่อมผูกพันไม่น้อย
นอกจากนี้ยังมีคนที่พวกมันไปเล่นด้วยเยอะแยะมากมาย ทั้งหมดล้วนใจดีกับพวกมันทั้งสิ้น
“พี่สาวเค่อเอ๋อ…”
เสี่ยวไป๋ร่ำไห้จนสองตาแดงก่ำ
เซี่ยวจินกับเสี่ยวเฮยก็คิดถึงเค่อเอ๋อและคนอื่นๆไม่น้อย
“พวกเราลองกลับไปทวีปเมฆาล่องกันดูก่อนเถอะ…บางที่พี่ใหญ่หลิงเทียนอาจจะย้อนกลับไปที่นั่น”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวเสนอออกมา
หลังจากนั้น ทั้ง 5 คนก็มุ่งหน้าไปยังทวีปเมฆาล่อง
ไม่ว่าจะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์คลื่นขจีสกุลหาน หรือการไปเยือนทวีปเมฆาล่องของพวกหานเฉวี่ยไน่และเจ้าตัวเล็กทั้ง 3 แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้เลย
ตอนนี้เขากำลังนั่งบ่มเพาะพลัง รอให้ถึงเช้าวันพรุ่ง